posttoday
ความเปลี่ยนแปลงการสืบทอดธุรกิจแดนมังกร

ความเปลี่ยนแปลงการสืบทอดธุรกิจแดนมังกร

19 พฤศจิกายน 2557

สำหรับวัฒนธรรมการทำธุรกิจครอบครัวในสไตล์แบบเอเชียแล้ว

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

สำหรับวัฒนธรรมการทำธุรกิจครอบครัวในสไตล์แบบเอเชียแล้ว เจ้าของธุรกิจจำนวนมากก็เลือกที่จะปล่อยให้ลูกหลานรับช่วงต่อในการดูแลกิจการ แทนที่จะปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาดูแล ทว่าในปัจจุบันนี้ นักธุรกิจชาวจีนแผ่นดินใหญ่และชาวฮ่องกงหลายคนก็เริ่มที่จะมีวิธีคิดเกี่ยวกับการปล่อยให้ลูกหลานดูแลธุรกิจต่อในทางที่แตกต่างออกไป

สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ได้ทำรายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ โดยได้อ้างอิงถึงผู้ประกอบการชาวจีนหลายคน ที่ขณะนี้ไม่ได้มองว่าการส่งต่อธุรกิจให้ลูกหลานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกต่อไปแล้ว

หนึ่งในตัวอย่างก็คือ “โจนาธาน ชอย” ผู้ประกอบการชาวฮ่องกงที่เล่าว่า เจ้าตัวถูกพ่อเรียกกลับมายังฮ่องกงในขณะเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ชอยมาดูแลธุรกิจของครอบครัวที่เป็นบริษัทขายอาหารทะเล

หลังจากวันนั้นผ่านไป 40 ปี ชอยได้ทำให้ ซันวา กรุ๊ป กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปในหลายภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมการเงิน และด้านสื่อ

กระนั้นก็ตาม เมื่อบีบีซีถามว่าชอยจะปล่อยให้ลูกดูแลธุรกิจนี้ต่อไปหรือไม่ ชอยกลับเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่แน่ใจ”

“โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยตอนที่ผมเข้าดูแลบริษัท บริษัทแห่งนี้เป็นเพียงบริษัทขายอาหารทะเล ทว่าวันนี้ผมได้สร้างบริษัทขนาดใหญ่ระหว่างประเทศ ซึ่งเข้าจะสามารถดูแลทั้งหมดได้ไหม ผมไม่รู้จริงๆ” ชอย กล่าว

ไม่เพียงแต่ในฮ่องกงเท่านั้นที่บรรดาผู้ประกอบการมีแนวคิดเปลี่ยนไป เพราะอย่างจีนเองก็ไม่ต่างกัน โดย แมกกี้ เฉิง ผู้จัดการทั่วไปของไชน่า อองเทอร์เพอร์เนอร์ คลับ ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ ก็ระบุว่า ในปัจจุบันบรรดาผู้นำต้องการจะให้อำนาจหน้าที่ตำแหน่งสูงๆ ให้กับ “คนที่มีศักยภาพเพียงพอ”

แน่นอนว่า ในจำนวนนี้หมายรวมถึงลูกหลาน ทว่าต้องเป็นลูกหลานที่มีความสามารถเท่านั้น และในปัจจุบันผู้ประกอบการก็สนับสนุนให้ลูกเรียนสูงๆ และทำงานที่อื่นๆ ก่อนเพื่อหาประสบการณ์

เช่นเดียวกันกับ สตีฟ แทปปิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นผู้นำ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทจีนยังได้เรียนรู้จากบริษัทระดับโลกอีกหลายๆ แห่งในการดำเนินธุรกิจด้วย

หนึ่งในตัวอย่างก็คือ หลิวจือเหริน ประธานและประธานกรรมการบริหารของนัวซอฟต์ หนึ่งในธุรกิจให้บริการและซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่สุดในจีน เปิดเผยว่า เมื่อธุรกิจได้เริ่มทำธุรกิจบริษัทที่ไม่ใช่ประเทศจีน ก็เริ่มตระหนักได้ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนทัศนะการทำงาน

“เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับบริษัทจีนที่จะไปเป็นบริษัทระดับโลก เพราะพวกเขามักจะเชื่อคนในประเทศของตัวเองและคนที่คุ้นเคย แต่ที่เราประสบความสำเร็จในยุโรปก็เนื่องจากเราเชื่อมั่นและเราเรียนรู้จากคนท้องถิ่น” หลิว กล่าว

ขณะเดียวกัน หลิวชวนจื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานของเลอโนโว บริษัทไอทียักษ์ใหญ่จากแดนมังกรเอง ก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการให้คนในครอบครัวรับช่วงต่อก็คือ ลูกชายหรือลูกสาวอาจจะไม่ใช่คนที่มีความสามารถมากที่สุดในตัวเลือกทั้งหมดเช่นเดียวกัน

หลิวคิดว่า ทางออกควรจะเป็นการสร้างแผนการสืบทอดธุรกิจโดยการให้รางวัลหรือตำแหน่งหน้าที่เจ้าหน้าที่อาวุโส ราวกับว่าเป็นคนในครอบครัว ซึ่งหลิวเรียกว่าเป็นการสร้าง “ธุรกิจครอบครัว ที่ไม่มีครอบครัว” นั่นเอง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน