posttoday
2บิ๊กแห่ชิงสัมปทานปิโตรฯ

2บิ๊กแห่ชิงสัมปทานปิโตรฯ

14 พฤศจิกายน 2557

เชื่อปตท.สผ.กับเชฟรอนตัวหลักยื่นขอชี้ปฏิรูปพลังงานไม่กระทบการเปิดครั้งที่21

เชื่อปตท.สผ.กับเชฟรอนตัวหลักยื่นขอชี้ปฏิรูปพลังงานไม่กระทบการเปิดครั้งที่21

สัมปทานปิโตรฯ ครั้งที่ 21 ปตท.สผ.คาด 2 รายใหญ่ยังยื่นขอหลัก ด้านเชฟรอนฯ แจงภูมิภาคนี้ยังเน้นไทย

นายปรีชา ศุภลักษณ์ ที่ปรึกษาบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า การเข้าร่วมประมูลในการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 จะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจ โดยความเห็นส่วนตัวมองว่าการเปิดสัมปทานดังกล่าวในครั้งนี้เชื่อว่า ปตท.สผ.และเชฟรอนฯ จะเป็นแกนหลักในการยื่นขอเพื่อเจาะสำรวจแหล่งพลังงานของประเทศไทย

กรณีการปฏิรูปราคาพลังงานในประเทศตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการยื่นขอสัมปทานหรือลงทุนเจาะสำรวจปิโตรเลียมในประเทศไทย เนื่องจากการปฏิรูปดังกล่าวเป็นนโยบายระยะยาวที่สนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณความต้องการการใช้พลังงานที่ขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

นายกิจชัย ปีติวิวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้ ฝ่ายจัดการแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต กล่าวว่า แหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยเป็นเพียงกระเปาะเล็กๆ เมื่อเทียบกับแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งในแต่ละปีบริษัทมีการขุดเจาะ เพื่อค้นหาแหล่งพลังงานเฉลี่ย 500 แห่ง เพื่อรักษาการผลิตให้อยู่ในระดับคงที่ จากเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาการขุดเจาะค้นหาแหล่งพลังงานเฉลี่ยปีละ 100 แห่งก็ผลิตได้

“ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะต้องเพิ่มปริมาณการขุดเจาะให้มากขึ้นเป็นปีละ 600 แห่ง เนื่องจากแหล่งพลังงานในประเทศไทยขุดเจาะยากขึ้น และมีปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ แหล่งพลังงานบ่อใหญ่ที่มีปริมาณมาก ที่ผ่านมาโดนขุดเจาะไปเยอะแล้ว” นายกิจชัย กล่าว

สำหรับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 บริษัท เชฟรอนฯ ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่เช่นเดียวกัน ปัจจัยด้านการลงทุนและความสนใจการลงทุนในประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคบริษัทไม่สามารถแสดงความเห็นได้ โดยสิ่งที่สามารถให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าวได้คือ บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการค้นหาแหล่งพลังงานในประเทศไทยเป็นหลักในภูมิภาคนี้

ทั้งนี้ จากการที่กระทรวงพลังงานเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 จำนวน 29 แปลงสัมปทาน เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2557 ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 17 แปลง ภาคกลาง 6 แปลง และในอ่าวไทย 6แปลง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้สั่งการให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านพลังงานจัดทำแผนปฏิรูปพลังงานให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อนำข้อมูลประกอบการพิจารณาแผนบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ซึ่งผู้สนใจจะเข้าร่วมยื่นขอสัมปทานเจาะสำรวจในครั้งที่ 21 นี้ จะต้องยื่นภายใน 120 วัน หลังจากวันเปิดสัมปทานฯ (วันที่ 22 ต.ค. 2557)

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี