
ทบทวนราคากลางเมล์เอ็นจีวี
ปราณีขอข้อมูลเพิ่มก่อนสรุปในสัปดาห์นี้ขสมก.ประเมินรถเก่าหลังโละขายทอดตลาด
ปราณีขอข้อมูลเพิ่มก่อนสรุปในสัปดาห์นี้ขสมก.ประเมินรถเก่าหลังโละขายทอดตลาด
ปราณีสั่งทบทวนราคากลางเมล์เอ็นจีวีใหม่ ชี้วิธีสอบราคาเดิมยังไม่รัดกุม
นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และประธานคณะกรรมการกำหนดราคากลางจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการนัดแรก ซึ่งที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการกำหนดราคากลางจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีทั้งรถเมล์ร้อนและรถเมล์ปรับอากาศ พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปทบทวนที่มาที่ไปของราคากลางให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ตรวจสอบข้อมูลราคานำเข้ารถโดยสารของเอกชนจากกรมศุลกากรเพื่อมาเปรียบเทียบ ราคาที่ใกล้เคียง ทั้งอะไหล่ ตัวรถทั้งคัน หรืออาจสอบถามจากผู้ประกอบการตัวถังรถโดยสารในไทย เป็นต้น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะต้องได้ข้อสรุปเพื่อนำไปใช้ประกอบร่างทีโออาร์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี
“การสอบถามราคากลางที่ผ่านมา ได้ใช้ราคาขายของผู้ขายรถน่าจะยังไม่รัดกุม ดังนั้นคณะกรรมการต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนสรุป” นางปราณี กล่าว
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการได้กำหนดราคากลางรถเมล์ร้อนที่คันละ 3.8 ล้านบาท และรถเมล์แอร์คันละ 4.5 ล้านบาท
นางปราณี กล่าวอีกว่า การประชุมบอร์ด ขสมก.ที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน สั่งการให้ ขสมก.เร่งหาข้อสรุปการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี โดยล็อตแรกเป็นการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีชานต่ำ 489 คัน ซึ่งขั้นตอนที่เหลือตอนนี้มีเพียงการสรุปราคากลางเท่านั้น
“ขณะนี้รายละเอียดของร่างทีโออาร์แล้วเสร็จเกือบครบถ้วน คือ ประเด็นการเพิ่มระยะรับประกันคุณภาพรถให้เพิ่มจาก 3 ปี เป็น 5 ปี และกำหนดมาตรฐานไอเสียเป็นยูโร 3 ซึ่งเดิมบอร์ดอยากให้กำหนดเป็นมาตรฐานไอเสียยูโร 45 แต่จะทำให้ราคารถเมล์สูงเกินไป และอาจมีปัญหากับการใช้ก๊าซเอ็นจีวีของไทยได้ บอร์ดจึงสรุปให้ใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 3 ส่วนประเด็นราคากลางยังต้องหารือกันอีก และราคาต้องสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นางปราณี กล่าว
สำหรับกรณีกำหนดค่าเหมาซ่อมนั้น ได้กำหนดค่าซ่อมในระยะรับประกันคันละ 925 บาท/วัน แต่หากเสียจนวิ่งไม่ได้ บริษัทที่จัดหาต้องจ่ายค่าปรับ 1 หมื่นบาท/วัน
นางปราณี ระบุว่า ขณะนี้ ขสมก.อยู่ระหว่างประเมินมูลค่ารถเก่าที่จะขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขายด้วย







