
สนช.รับหลักการ 3 ร่างพ.ร.บ.กฎหมายการเงิน
สนช.รับหลักการกฎหมายการเงิน 3ฉบับรวด ผุดตั้งกองทุนสถาบันการเงินเฉพาะกิจรักษาเสถียรภาพ
สนช.รับหลักการกฎหมายการเงิน 3ฉบับรวด ผุดตั้งกองทุนสถาบันการเงินเฉพาะกิจรักษาเสถียรภาพ
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ได้มีมติเสียงข้างมากรับหลักในวาระที่ 1 ของร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินจำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.นิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 ร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน และร่างพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยสนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในรายละเอียดให้เสร็จภายใน 30 วัน
สำหรับร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.ฯ มีสาระสำคัญ คือ ให้นิติบุคคลเฉพาะกิจมีอำนาจรับสินทรัพย์ไว้เป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์ในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และปรับปรุงการกำหนดรูปแบบของนิติบุคคลเฉพาะกิจ โดยตัดหลักเกณฑ์การจัดตั้งในรูปแบบของกองทุนรวมและให้นิติบุคคลเฉพาะกิจจัดตั้งได้โดยการก่อตั้งทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนแทน
ส่วนร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินมีหลักการว่า เพิ่มเติมข้อยกเว้นให้สถาบันการเงินไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สามารถให้สินเชื่อทำทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือประกันหนี้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น จากเดิมที่กฎหมายได้ห้ามเอาไว้
ขณะที่ร่างพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งไม่เป็นนิติบุคคลขึ้นในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มั่นคงและมีเสถียรภาพ ช่วยเหลือหรือสนับสนุนทางการเงินแก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ การนำส่งเงินเข้ากองทุนฯนั้นกำหนดให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศ และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่รัฐมนตรีคลังกำหนด มีหน้าที่นำส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่รมว.คลังประกาศ แต่ต้องไม่เกิน1%ต่อปีของยอดเงินที่ได้รับจากประชาชน







