posttoday
ประยุทธ์สั่งเร่งปิดบัญชีข้าว

ประยุทธ์สั่งเร่งปิดบัญชีข้าว

05 พฤศจิกายน 2557

ก่อนขอปปช.อนุมัติระบายสต๊อกคืนหนี้เก่ายันไม่เกี่ยวฟันทุจริตรับจำนำรัฐบาลก่อน

ก่อนขอปปช.อนุมัติระบายสต๊อกคืนหนี้เก่ายันไม่เกี่ยวฟันทุจริตรับจำนำรัฐบาลก่อน

ประยุทธ์สั่งเร่งปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ก่อนเสนอ ป.ป.ช.ให้อนุญาตระบายข้าวคืนหนี้เก่า

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว ก่อนเสนอผลการปิดบัญชีไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถระบายข้าวสารในสต๊อกได้ เนื่องจากขณะนี้ข้าวสารในสต๊อกอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. อีกทั้งรัฐบาลจะได้ทราบความเสียหายในโครงการที่แท้จริง

“นายกฯ ขอให้เร่งรัดปิดบัญชีข้าวด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น ถ้าปิดบัญชีได้แล้วจะได้ทำเรื่องเสนอไปยัง ป.ป.ช. เพื่อขอให้รัฐบาลระบายข้าวในสต๊อกได้ และนำเงินที่ขายข้าวมาจ่ายคืนหนี้ที่ยืมมา ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตจำนำข้าวของรัฐบาลก่อนแต่อย่างใด” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงใน ครม. กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายกฯ ได้ให้ข้อมูลการตรวจสต๊อกข้าวในช่วงที่ผ่านมาแตกต่างจากข้อมูลผลการตรวจสต๊อกข้าวในขณะนี้ ว่าเป็นเพราะผลการตรวจสต๊อกก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลที่ตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ แต่ข้อมูลใหม่เป็นข้อมูลที่ตรวจสอบเสร็จแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ออกมานั้นเช็กแล้วไม่ได้มั่ว คือมีข้าวคุณภาพดีในสต๊อกเพียง 10% เป็นข้าวคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน 70% ข้าวเสื่อมคุณภาพ 34% และส่วนที่เหลือคือขายออกจากสต๊อก

พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มเป้าหมายโครงการชดเชยอัตราดอกเบี้ย ให้โรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาเก็บในสต๊อกจากเดิม 2 ล้านตัน เป็น 6 ล้านตัน เนื่องจากพบว่ามีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่าที่คาดไว้ และ ครม.มีมติอนุมัติการขยายวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจาก 315 ล้านบาท เป็น 927 ล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้มีการเก็บสต๊อกข้าวเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดปรับตัวดีขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลผลิตหรือช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกออกมามาก

นอกจากนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ รายงาน ครม.ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวนาจำนวนไร่ละ 1,000 บาท หรือไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/ครัวเรือน ว่า ล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้นำเงินเข้าบัญชีชาวนาแล้ว 1.42 แสนราย คิดเป็นเงินที่จ่ายไปแล้ว 1,730 ล้านบาท และขณะนี้ยังรอชาวนามาแสดงตัวก่อนนำเงินเข้าบัญชีเพิ่มเติม โดยคาดว่าการตรวจสอบทะเบียนและจ่ายเงินให้ชาวนาทั้งหมด 3.4 ล้านครัวเรือน แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน พ.ย.นี้

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแนวทางและวิธีการจ่ายเงินโครงการชดเชยรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในจำนวนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 1.5 หมื่นบาท/ครัวเรือน โดยคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการนั้นจะต้องมีสัญชาติไทย เป็นหัวหน้าครัวเรือนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามทะเบียนเกษตรกร ซึ่ง 1 ครัวเรือนจะได้รับ 1 สิทธิ เป็นเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับ ธ.ก.ส. เป็นเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่มีพื้นที่เปิดกรีดอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป โดยสวนยางที่จะได้สิทธิรับเงินช่วยเหลือต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ หรือเอกสารสิทธิ 46 รายการตามหนังสือของกรมป่าไม้

ด้าน นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ประสานกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทยเตรียมลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชลประทานได้ออกประกาศงดส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก โดยนายกฯ จะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยตรง รวมถึงวางมาตร การรับมือกับปัญหาภัยแล้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี