
โอกาสลงทุนในสิงคโปร์
สิงคโปร์เป็นสนามเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศที่เป็นพื้นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมทั้งสนับสนุนด้านการคิดค้น/วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
สิงคโปร์เป็นสนามเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศที่เป็นพื้นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมทั้งสนับสนุนด้านการคิดค้น/วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ สิงคโปร์มีทำเลที่ตั้งสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี การเมืองมีความมั่นคง มีนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน อุตสาหกรรมมีสมรรถนะสูง ประชากรเป็นแรงงานฝีมือ บุคลากรวิชาชีพมีทักษะเป็นที่ยอมรับ ความรู้/ความชำนาญ และเอกชนมีเครือข่ายการติดต่อธุรกิจที่ดี ประกอบกับการผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ ได้แก่ การเงิน/การธนาคาร การพาณิชย์ การบิน/อวกาศ แฟชั่น การบัญชี การขนส่ง เป็นต้น
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะในด้านการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนแก่นักลงทุนต่างประเทศอย่างเท่าเทียมกับนักลงทุนในประเทศ โดยสามารถลงทุนได้ร้อยละ 100 ในเกือบทุกสาขา ยกเว้นเพียงสาขาการกระจายเสียง การจัดสรรคลื่นความถี่ (สูงสุดไม่เกินร้อยละ 49) และกิจการด้านหนังสือพิมพ์ (ไม่เกินร้อยละ 5) และกิจการที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ได้แก่ ธุรกิจด้านกฎหมายและการประกอบอาชีพ ทนายความ รวมถึงบางสาขาที่เกี่ยวข้องกับกิจการวิสาหกิจของรัฐ ขณะเดียวกันกฎหมายการลงทุนของสิงคโปร์เอื้อประโยชน์ต่อผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก โดยไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ อนุญาตให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงมีอิสระในการโอนเงินตราต่างประเทศ และผลกำไรในการประกอบธุรกิจออกนอกประเทศ ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าการลงทุนในลักษณะตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและต้องใช้การทำวิจัย (Research & Development) มักจะได้รับการทาบทามขอเป็นหุ้นส่วนจากองค์กรของรัฐบาล (Government Link)
ธุรกิจที่ไทยลงทุนส่วนมากจะเน้นทำการค้ากับคู่ค้าสิงคโปร์มากกว่าการเข้าไปลงทุนเอง และเนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเงินทุนและขนาดพื้นที่ของสิงคโปร์ ธุรกิจที่ลงทุนควรเป็นภาคบริการ อาทิ ธุรกิจบริการเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและธุรกิจสปา เป็นธุรกิจขนาดเล็กและอาศัยความชำนาญของผู้ประกอบการในไทย โดยธุรกิจอาหารไทย จะมุ่งให้บริการที่สอดคล้องกับรสนิยมการบริโภคของชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยว ส่วนบริการสปาเต็มรูปแบบในสิงคโปร์เน้นให้บริการโดยพนักงานไทย ทำให้ดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่อาศัยความเป็นศูนย์กลางของสิงคโปร์ เช่น ธุรกิจบริการทางการเงินและธุรกิจในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยธนาคารพาณิชย์ของไทยที่เข้าไปให้บริการมักจะตั้งอยู่บริเวณแหล่งธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีและอโรมาติกส์ (Aromatics) ในปัจจุบัน ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในโครงการ Jurong Aromatics Corporation บนเกาะจูรง ซึ่งจะมีกำลังการผลิตอโรมาติกส์กว่า 1.5 ล้านตัน/ปี และน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 2.5 ล้านตัน/ปี
โอกาสในการลงทุนก่อตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดการบริโภคในประเทศ อาจไม่โดดเด่นเท่ากับประเทศอาเซียนอื่นๆ เนื่องจากข้อจำกัดในด้านขนาดตลาดของสิงคโปร์ ดังนั้นการลงทุนของผู้ประกอบการไทยอาจมุ่งเน้นเพื่อการใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการกระจายสินค้า หรือสาขาการให้บริการของไทยให้กว้างขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้มากกว่า เช่น ธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร ธุรกิจสปา เป็นต้น
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ไทยอาจอาศัยความชำนาญและความได้เปรียบของการเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคของสิงคโปร์ เพื่อลงทุนในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และความสามารถในการจัดการสูง การเข้าไปร่วมลงทุนจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีนอกเหนือไปจากผลประกอบการ เช่นเดียวกับธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการผลิต เช่น การผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ เป็นต้น อีกทั้งศักยภาพของธุรกิจยาชีวภาพ (Biomedicals) ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การร่วมลงทุนจะช่วยให้ไทยได้อาศัยความชำนาญและตลาดของสิงคโปร์เป็นช่องทางในการเข้าสู่ตลาดโลก







