posttoday
บลจ.ไทยพาณิชย์ชี้วิกฤตยุโรปโอกาสซื้อหุ้นไทย

บลจ.ไทยพาณิชย์ชี้วิกฤตยุโรปโอกาสซื้อหุ้นไทย

07 มิถุนายน 2553

บลจ.ไทยพาณิชย์ ชี้วิกฤตหนี้ยุโรป โอกาสลงทุนหุ้นไทย พร้อมจ่ายปันผล 2 กองทุน LTF มูลค่ารวม 190 ล้านบาท โชว์ผลงานย้อนหลัง 1 ปีสูงกว่า 35%

บลจ.ไทยพาณิชย์ ชี้วิกฤตหนี้ยุโรป โอกาสลงทุนหุ้นไทย พร้อมจ่ายปันผล 2 กองทุน LTF มูลค่ารวม 190 ล้านบาท โชว์ผลงานย้อนหลัง 1 ปีสูงกว่า 35%

นางโชติกา สวนานนท์  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในตลาดหุ้นไทยระยะยาว เนื่องจากได้รับอานิสงค์ในเชิงบวกจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นของยุโรป ซึ่งนักลงทุนที่ตั้งใจลงทุนในยุโรป จะมีการกระจายความเสี่ยง โดยให้น้ำหนักการลงทุนมายังภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งเป็นประเทศที่ยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ประกอบกับอัตราหนี้ต่อ GDP ยังต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น  โดยคาดว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของยุโรป คงใช้เวลาฟื้นตัวอีกประมาณ 2-3 ปี

บริษัทฯเตรียมจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2552 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) ในอัตราหน่วยละ 0.505 บาท  ทั้งนี้ได้มีการจ่ายระหว่างกาลเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2552 หน่วยละ 0.375 บาทไปแล้ว ทำให้คงเหลือจ่ายในงวดนี้หน่วยละ 0.13 บาท  และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) ในอัตราหน่วยละ 0.19 บาท โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนของกองทุนดังกล่าว ณ วันที่ 1 มิ.ย.2553 กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 มิ.ย.2553 รวมเป็นเงินประมาณ 190 ล้านบาท

สำหรับกองทุน SCBLT1 เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีนโยบายหรือมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอในสัดส่วน 65 - 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ นับถึงปัจจุบันจ่ายเงินปันผลไปแล้วถึง 8 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1.4750 บาทต่อหน่วย  โดย ณ วันที่ 30 เม.ย.2553 มีผลตอบแทนการลงทุนย้อนหลัง 1 ปี (30 เม.ย.52) อยู่ที่ 35.73%  และผลดำเนินงานนับจากจัดตั้งกองทุน (21 ต.ค.47) อยูที่ 41.36%

ส่วนกองทุน SCBLTT จะมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มั่นคง และมีแนวโน้มเจริญเติบโตสูง โดย ณ วันที่ 30 เม.ย.53 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนลเชียลกรุ๊ป และบริษัท บ้านปู นับถึงปัจจุบันจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 2 ครั้ง รวมเป็น 0.3400 บาทต่อหน่วย โดย ณ  วันที่ 30 เม.ย. 2553 มีผลตอบแทนการลงทุนย้อนหลัง 1 ปี (30 เม.ย.52) อยู่ที่ 38.64%

ทั้งนี้ ปัจจุบันบลจ.ไทยพาณิชย์มีกองทุนประเภท LTF จำนวน 6 กองทุนให้เลือกโดยมีความแตกต่างตามความต้องการของผู้ถือหน่วย ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว พลัส (SCBLT2) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เอ็มเอไอ (SCBLT3) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวสมาร์ท (SCBLTS) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT)  โดยมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การจัดการ รวม 6 กองทุน ณ วันที่ 4 มิถุนายน  2553  ประมาณ 27,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี