posttoday
อยากรวย...'นักวางแผนการเงิน' ช่วยได้

อยากรวย...'นักวางแผนการเงิน' ช่วยได้

26 ตุลาคม 2557

ในโลกนี้ไม่มีใครให้ความหวังความรวยได้ดีไปกว่าคนขายลอตเตอรี่อีกแล้ว

ในโลกนี้ไม่มีใครให้ความหวังความรวยได้ดีไปกว่าคนขายลอตเตอรี่อีกแล้ว เพราะแค่เดินผ่านเขาก็ตะโกนบอกเราว่า “พรุ่งนี้รวยจ้า พรุ่งนี้รวย” ฟังทีไรก็มีความหวังเรืองรองขึ้นมาทันที แต่พอผ่าน “พรุ่งนี้” ไป ความหวังก็ดับลงจนกว่าจะ “พรุ่งนี้” ในครั้งต่อไป

แต่ถ้าไม่อยากจะรอ “พรุ่งนี้รวย” ที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร และจะเป็นไปได้หรือไม่ มีผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า “อยากรวย ผมช่วยคุณได้”

มงคล ลุสัมฤทธิ์ นักวางแผนการเงินส่วนบุคคล ผู้เขียนหนังสือ อยากรวย ผมช่วยคุณได้ บอกว่า คนจะรวยต้องมีองค์ประกอบครบทั้งสามอย่างนี้ คือ

1.หาเงินเก่ง

2.เก็บเงินอยู่

3.บริหารเงินเป็น

“หาเงินเก่ง คือ ต้องมีรายได้หลายทาง เก็บเงินอยู่ คือ ต้องรู้จักการเก็บออม และต้องบริหารเงินเป็น เพราะแค่การฝากเงินในธนาคารอย่างเดียวไม่ทำให้รวย” มงคล กล่าว

แต่ทั้งสามองค์ประกอบความรวยนี้ มีจุดเริ่มต้นจากที่เดียวกัน คือ การวางแผนการเงิน ซึ่ง มงคล บอกว่า การวางแผนการเงินต้องเริ่มทันทีที่มีรายได้

“แผนการเงิน ไม่ใช่แค่การลงทุน การซื้อประกัน แต่แผนการเงินคือทุกเรื่องในชีวิต ซึ่งต้องเริ่มจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดว่า เราต้องใช้อะไรเป็นเครื่องมือทางการเงิน ต้องมีกลยุทธ์การลงทุนแบบไหน เพราะเป้าหมายที่ต่างกันจะใช้เครื่องมือทางการเงินที่ไม่เหมือนกัน” มงคล แนะนำ

แผนการเงินในชีวิตมีอยู่ 4 หมวดหลักๆ คือ สร้างฐานะ ปกป้องความมั่งคั่ง เพิ่มพูนสินทรัพย์ และส่งต่อความรวย

สร้างฐานะ

“วันนี้เด็กจบใหม่ๆ มักติดกับดักชีวิต คือ อยากได้รถ อยากได้คอนโด ทั้งๆ ที่ทำงานมาไม่นาน เมื่ออยากได้ก็ต้องกู้ ก็ต้องผ่อน ต้องเข้าไปอยู่ในวงจรกับดักหนี้ จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นคนบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า ไม่มีความสุขในการทำงาน งานไม่ดี แต่ก็ลาออกไม่ได้ เพราะถ้าลาออกก็ไม่มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ถึงได้เรียกว่ากับดักชีวิต” มงคล กล่าว

พร้อมกับบอกอีกว่า “แค่กลัดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแล้ว เพราะชีวิตไม่ควรจะเริ่มต้นจากการสร้างหนี้ ต้องรู้จักอดออม และหักห้ามใจ” และวางแผนการออม การใช้จ่าย และการจัดการกับหนี้สิน

ไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่เท่านั้นที่เข้าสู่กับดักชีวิต เพราะแม้แต่คนที่ทำงานมานาน แต่ถ้าย้อนมาดูบัญชีเงินออมจะรู้ว่า ไม่ได้ต่างจากวันที่เริ่มต้นทำงานเลย

“รายได้มากขึ้น แต่ไม่ได้รวยขึ้น นั่นเพราะไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไปตามรายได้ที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีคนมาเชื้อเชิญให้เราเป็นหนี้ โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต ซึ่งถ้าคำนวณให้ดีจะรู้ว่า ที่บอกว่าดอกเบี้ยปีละ 20% จริงๆ แล้วดอกเบี้ยบัตรเครดิตเท่ากับ 22.133% เพราะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ทำให้หนี้จะกลายเป็น 2 เท่า ภายในเวลา 3 ปีกว่าๆ เท่านั้น ถ้าเป็นหนี้แบบนี้ทำอย่างไรก็ไม่รวย”

มงคล บอกว่า สำหรับการเริ่มต้นวางแผนการออม ยังไม่ต้องคิดถึงการลงทุนยากๆ หรือซับซ้อน แต่ขอให้เริ่มต้นจากการออมในเงินฝากประจำ จากนั้นจึงค่อยๆ ศึกษาหาความรู้การลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อนกระโดดลงสนามการลงทุนที่ไม่มีความรู้

“ทุกวันนี้คนเห่อคำว่า Passive Income แต่บางครั้งมันกลายเป็นข้ออ้างของคนขี้เกียจ เพราะคิดว่าไม่ต้องทำงานก็มีรายได้เข้ามา ทำให้คนถูกหลอกด้วยความโลภ ทั้งๆ ที่ Passive Income แบบนั้นไม่มีอยู่จริง แม้แต่นักลงทุนที่มีรายได้จากเงินปันผล พวกเขาก็ต้องทำงาน ทำการบ้าน ต้องวิเคราะห์หุ้น ไม่ได้นอนอยู่บ้านเฉยๆ”

ปกป้องความมั่งคั่ง

หลังจากมีแผนการใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล มีแผนการออมที่ชัดเจน และจัดการกับภาระหนี้ให้อยู่มือแล้ว ถัดไปคือการวางแผนเพื่อปกป้องความมั่งคั่ง ได้แก่ การวางแผนประกัน การวางแผนเกษียณ และรวมถึงการวางแผนเพื่อทุนการศึกษาบุตร

“คนบางคนเก็บออมมาทั้งชีวิต แต่กลับมาเจอเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การเจ็บป่วย เงินที่เก็บมาทั้งหมดก็ต้องเอาไปจ่ายค่าหมอ ทำให้ความมั่งคั่งที่สร้างมาลดลงไป มันเหมือนกับถังน้ำที่มีรอยรั่ว เพราะฉะนั้นต้องปกป้องความมั่งคั่ง โดยการโอนย้ายความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันช่วยรับไว้แทน”

สำหรับการวางแผนเกษียณ มงคล บอกว่า เป็นการวางแผนที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปออมได้

“การวางแผนเกษียณ คือ การทำให้ชีวิตหลังเกษียณมั่งคั่งเหมือนก่อนเกษียณ ซึ่งในช่วงการออมก่อนเกษียณเหมือนกับการปีนขึ้นเขา ซึ่งมักไม่มีปัญหา แต่จะไปมีปัญหาตอนลงเขา นั่นคือ ตอนที่เกษียณแล้ว ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดีอาจจะตกเขาก็ได้”

มงคล บอกว่า ทุกวันนี้คนไทยกว่า 90% ไม่สามารถเกษียณได้ เพราะขาดการวางแผนการเงิน หลายคนฝากเงินไว้ในออมทรัพย์อย่างเดียว ทำให้ได้ผลตอบแทนน้อย

แต่บางคนก็ใจกล้าเกินไป เพราะอยากเกษียณเร็ว อยากรวยเร็ว ทำให้ลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป และก็ทำให้ขาดทุนได้ง่าย

“การเกษียณเร็วไม่ใช่ว่าหยุดทำงานเร็ว แต่วันที่เราเกษียณ คือวันที่เราหยุดกังวลเรื่องเงิน วันที่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะหารายได้มาจากไหน เพราะฉะนั้นไม่ใช่วันที่หยุดทำงาน แต่สามารถออกไปทำงานที่เรารัก ทำงานที่มีประโยชน์ต่อผู้คน”

เพิ่มพูนสินทรัพย์

ความตื่นเต้นเริ่มขึ้นแล้วจากการวางแผนลงทุน ซึ่ง มงคล บอกว่า ไม่ว่าจะลงทุนด้วยวิธีไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความรู้ เพราะ “การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การขาดความรู้จริงในสิ่งที่ลงทุน มีความเสี่ยงมากกว่า”

นอกจากนี้ มงคล ยังจัดให้การวางแผนภาษีอยู่ในหมวดหมู่เพิ่มพูนสินทรัพย์ ซึ่งต้องให้เวลาศึกษาเกี่ยวกับการวางแผนภาษีเช่นเดียวกับการลงทุน

“ภาษีคือรายจ่ายที่มากที่สุดของคนทำงาน โดยเฉพาะคนที่ฐานภาษีสูงๆ ต้องจ่ายภาษีมากกว่าค่ากินค่าอยู่เสียอีก เพราะฉะนั้นต้องวางแผนภาษี”

มงคล บอกว่า สิทธิประหยัดภาษีมีอยู่หลายวิธี และบางครั้งเราสามารถประหยัดภาษีได้เพียงแค่การ “จัดหมวดหมู่ภาษีที่ถูกต้อง และเลือกประเภทรายได้ที่เหมาะสม” โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว

“รายได้บางประเภทสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง แทนที่จะหักแบบเหมาะ ซึ่งจะหักได้ 40% ของเงินได้ ไม่เกิน 6 หมื่นบาท ซึ่งหากเราศึกษาเพิ่มเติมสักนิดจะช่วยให้ประหยัดภาษีได้มากขึ้น”

นอกจากนี้ ต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มงคล บอกว่า คนส่วนใหญ่ไม่ลงทุน RMF เพราะรู้สึกว่าลงทุนนาน แต่ถ้าเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลงทุนไม่กี่ปี

“ลงทุน RMF เป็นการลงทุนแบบ 2 in 1 เพราะได้ทั้งวางแผนเกษียณ และประหยัดภาษี ขณะที่ลงทุน LTF พอครบเวลาแล้วบางคนก็เอาเงินมาหมุน หรือเอาเงินไปใช้ ทำให้ความมั่งคั่งไม่ได้พอกพูนขึ้นเลย”


ส่งต่อความรวย

ก่อนหน้านี้ เราแทบจะไม่ได้เดือดร้อนกับการส่งต่อความรวยให้ลูกหลาน แต่เป็นเพราะ “ภาษีมรดก” ที่แม้จะยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ แต่ก็ทำให้การส่งต่อความรวยกลายประเด็นที่น่าสนใจอีกครั้ง

“คนไทยไม่เคยวางแผนมรดก ทั้งๆ ที่พินัยกรรมทำได้ง่ายมาก” มงคล กล่าว และยังบอกอีกว่า แม้จะมีภาษีมรดกแล้ว การส่งความรวยก็ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพราะสามารถวางแผนการจ่ายภาษีมรดกด้วยการทำประกันชีวิต

“การวางแผนจ่ายภาษีมรดก คือ การช่วยลูกหลานหาเงินจ่ายภาษี เพราะฉะนั้นเราเพียงแค่ทำประกันชีวิตในทุนประกันที่เพียงพอสำหรับจ่ายภาษี”

มงคล บอกว่า เบี้ยประกันชีวิตรูปแบบนี้มีเบี้ยประกันประมาณ 12% ของทุนประกันเท่านั้น เช่น ถ้าคำนวณแล้วพบว่าการส่งต่อความรวยของเราต้องเสียภาษีมรดก 95 ล้านบาท ก็ทำประกันชีวิตที่ทุนประกัน 95 ล้านบาท โดยจ่ายเบี้ยประกัน 910 ล้านบาท

“ประกันชีวิตเข้ามาช่วยเรื่องนี้ได้ โดยไม่ต้องหลบเลี่ยงไปใช้วิธีการอื่น หรือส่งมอบมรดกให้ลูกหลานเร็วเกินไป แต่ต้องวางแผนล่วงหน้า เพราะถ้าสูงอายุแล้ว หรือสุขภาพไม่ดี ก็อาจจะซื้อประกันชีวิตไม่ได้แล้ว”

ให้นักวางแผนการเงินช่วย

แต่ถ้าทั้งหมดนี้รู้สึกว่ายากเกินไปที่จะรวยด้วยตัวเอง คงต้องให้ “นักวางแผนการเงิน” มาช่วยวางแผนการเงิน

สมัยนี้นักวางแผนการเงินหาง่าย และมีทั้งที่ให้บริการฟรี และแบบมีค่าบริการ

แบบที่ฟรีแน่ๆ คือ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่จะให้คำปรึกษาเรื่องการวางแผนการเงิน และแนะนำการลงทุน

แต่ถ้าไม่สบายใจ กลัวว่าจะได้บริการไม่ครบถ้วน จะลองใช้บริการแบบมีค่าบริการ ที่มีทั้งคิดค่าบริการตามมูลค่าสินทรัพย์ของเรา (เช่น 0.75% ของมูลค่าสินทรัพย์) หรือคิดค่าบริการในการจัดทำแผนการเงิน (ค่าบริการ 13 หมื่นบาท)

อย่างไรก็ตาม มงคล บอกว่า นักวางแผนการเงินอาจจะไม่คิดค่าบริการ ถ้าลูกค้าลงทุนหรือใช้บริการการเงินที่นักวางแผนการเงินเป็นตัวแทนขาย

เพียงเท่านี้ เราก็มีแผนการเงินเป็นแผนที่นำทางเดินหน้าไปสู่เป้าหมายความรวย โดยไม่ต้องหวังว่า “พรุ่งนี้จะรวย” ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาถึงเมื่อไร

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน