posttoday
รุกฆาต

รุกฆาต

24 ตุลาคม 2557

สุดสัปดาห์นี้ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงมีแผนที่จะเดินทางไปเลือกซื้อหนังสือในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สุดสัปดาห์นี้ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงมีแผนที่จะเดินทางไปเลือกซื้อหนังสือในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ผมมีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมในงานมา 2 วันแล้วครับ ผมเชื่อว่าที่เคยมีคนประเมินว่าคนไทยอ่านหนังสือกันเฉลี่ยคนละเพียง 8 บรรทัด/ปีนั้น น่าจะเป็นเรื่องผิดพลาดแน่นอน

เพราะเท่าที่ผมเห็น ผมเห็นคนไทย ทุกเพศ ทุกวัย เดินเลือกซื้อหนังสือกันอย่างหนาแน่น และปีนี้เท่าที่สังเกตดู หนังสือที่เกี่ยวข้องกับ “อาเซียน” ก็ยังคงมีออกวางจำหน่ายจากทุกสำนักพิมพ์เหมือนเช่นเคยครับ ซึ่งแต่ละเล่มก็มีเนื้อหาที่หลากหลาย สำหรับกลุ่มผู้อ่านแต่ละกลุ่มครับ แล้วก็มีเล่มที่เหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องโอกาสทางธุรกิจด้วยครับ

เมื่อพูดถึงอาเซียนและถามคนไทย และนักธุรกิจไทยว่า ใครบ้างในอาเซียนที่เราสู้เขาได้ เราแข่งกับเขาได้เกือบทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันครับว่า ก็ประเทศเพื่อนบ้านของเราไงล่ะ สปป.ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม 4 ตลาดนี้ล่ะที่คนไทย ธุรกิจไทยสู้ได้

แต่ถ้าถามว่า เราไปทำการค้า การลงทุนใน 4 ตลาดนี้กันมั้ย คนพยักหน้าจะเริ่มลดลง ความกลัว ความไม่แน่ใจเริ่มเข้ามาแทนที่และคนส่ายหน้าก็กลับมีเพิ่มขึ้น นอกจากจะส่ายหน้าแล้ว หลายๆ คนยังแอบคิดในใจด้วยซ้ำว่า 4 ตลาดอาเซียนบนบกนี้มันด้อยพัฒนากว่าเรานะ เศรษฐกิจประเทศเหล่านี้ก็เหมือนๆ กับประเทศไทยเมื่อสัก 2030 ปีที่แล้วนะ สาธารณูปโภคก็ไม่พร้อมนะ ฐานะของคนก็ยังยากจนนะ

ซ้ำร้ายบางท่านยังนึกถึงแต่เรื่องคู่แค้นทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัย 400500 ปีที่แล้ว ทำให้หลายคนมองว่าขอผ่านหรือขอข้ามตลาดเหล่านี้ไปก่อนละกัน

ผมเชื่อมั่นว่าในขณะที่เรามีทัศนคติด้านลบกับประเทศอาเซียนบนบก คนใน 4 ประเทศนี้กลับคิดในทางตรงกันข้ามนะครับ สินค้าจากไทยถูกมองเป็นสินค้าคุณภาพสูง เป็นแบรนด์เนมพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยถูกเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ

ถ้าอาเซียนบนบกคือประเทศไทย เมื่อ 30 ปีที่แล้วจริง อย่าลืมนะครับว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทย คนไทยคนไหนมองเห็นโอกาสเข้าไปจับมือ เข้าไปร่วมทำการค้า ทำการลงทุนกับนักลงทุนเหล่านี้ วันนี้เขาเหล่านั้นก็กลายเป็นเศรษฐีใหญ่ไปตามๆ กันแล้วครับ

ดังนั้นถ้าอาเซียน CLMV คือประเทศไทย เมื่อ 30 ปีที่แล้ว นั่นก็แปลว่าดินแดนเหล่านี้คือ โอกาสที่เราจะเข้าไปทำการค้าและการลงทุนไม่ใช่หรือครับ

คนไทยวัยเรียนและวัยเริ่มทำงานมักจะมีฝันครับ อยากไปทำงานในต่างประเทศ แต่พอบริษัทจะส่งไปทำงานที่ CLMV หลายคนเบ้หน้า หลายคนรับไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงการออกไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้คือโอกาสเรียนรู้ โอกาสสร้างอนาคต

จะมีสักกี่ประเทศครับที่เราสามารถไปทำงานต่างประเทศ ได้เบี้ยเลี้ยง ได้เงินเดือนเพิ่ม แต่เรายังสามารถเดินทางกลับมานอนที่บ้านอยู่กับครอบครัวได้ทุกๆ วันหยุด อาเซียนบนบกเปรียบเสมือนบันไดชั้นพักครับ ถ้าการทำงานระบบสากลหมายถึงการทำงานในมหานครนิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว หรือการขึ้นบันไดไปชั้น 2 ของตึก คุณจะขึ้นชั้นที่ 2 ได้อย่างไรครับ ถ้าไม่ผ่านชั้นพัก โดยการเรียนรู้งานจากประเทศเพื่อนบ้านของเราซะก่อน

ภาคการผลิตก็เช่นเดียวกัน ถ้าประเทศไทยกำลังพบกับปัญหาโครงสร้างประชากร ตลาดในประเทศที่มีจำกัด CLMV คือแหล่งทรัพยากร อาเซียนบนบกคือแหล่งกำลังแรงงานในวัยฉกรรจ์ CLMV ถ้าเลือกถูกที่ถูกทางคือตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ในเวียงจันทน์ ในฮานอย ย่างกุ้ง และพนมเปญเสียมราฐ มีรถยนต์หรูระดับ Bentley MayBach Maserati Porches Rover Lexus วิ่งกันเกลื่อนนะครับ และมากกว่านั้นการลงทุนทำการผลิตใน CLMV ยังหมายถึงสปริงบอร์ดในการที่จะได้รับสิทธิพิเศษในการส่งออกไปยังหลายๆ ประเทศในสหภาพยุโรปและสหรัฐผ่านนโยบาย Everything But Arms ซึ่งจะมาทดแทน GSP ที่ไทยเสียไปได้นะครับ

หากท่านอยากฟังเรื่องโอกาส ความท้าทาย และแก้ไขประเด็นเข้าใจผิดหลายๆ เรื่องสำหรับการทำการค้า การลงทุน การออกไปทำงานในประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมการวิเคราะห์เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และการเมืองความมั่นคง อยากรู้ Tips and Tricks รวมทั้งปัจจัยสู่ความสำเร็จในการทำการค้าการลงทุนใน CLMV อยากให้ลองหาหนังสือ “รุกฆาตอาเซียน : อาเซียนบนบกกับยุทธการชิงความได้เปรียบ” ที่มีผม ปิติ ศรีแสงนาม เป็นผู้เขียน มาอ่านดูครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน