posttoday
กางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวสร้างสินค้าใหม่ดึงต่างชาติ

กางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวสร้างสินค้าใหม่ดึงต่างชาติ

23 ตุลาคม 2557

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แผนพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตกอยู่ในภาวะง่อยเปลี้ยเสียขา

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แผนพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตกอยู่ในภาวะง่อยเปลี้ยเสียขา เพราะความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ภาพการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะแม่ทัพใหญ่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยว มุ่งเจาะจงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กระหน่ำเข้ามา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สวนทางกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคท่องเที่ยว เนื่องจากไม่ได้วางรากฐานแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาแผนงานไร้ทิศทางและไม่มีความต่อเนื่อง

ต้องยอมรับว่าช่วงที่ไทยเกิดความชุลมุนทางการเมือง ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า ต่างวางรากฐานและลงทุนสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (แมนเมด) เพื่อเป็นแม่เหล็กดูดเงินในกระเป๋านักท่องเที่ยว ขณะที่ไทยยังเน้นการขายสินค้าทางธรรมชาติ หาดทราย ชายทะเล ภูเขา ตามเดิม

ถึงตอนนี้ภาคการท่องเที่ยวควรตั้งคำถามว่าอีก 10 ปี ประเทศไทยจะนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวประเภทใด เพื่อแข่งขันกับชาติอื่นในอาเซียน ที่ต่างวางแผนลงทุนพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อให้แข่งขันได้ดีขึ้น

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เล่าว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวฉบับใหม่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้สอดคล้องตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อผลักดันภาคการท่องเที่ยวให้เป็นส่วนสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ

แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว เน้นให้ความสำคัญกับภาคประชาชน ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถดำเนินการต่อไปได้แม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลเกิดขึ้น โดยแผนนี้จะบรรจุแนวทางการส่งเสริมภาคการลงทุนด้านแมนเมดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าไตรมาส 2 ปี 2558 จะสรุปแผนยุทธศาสตร์เพื่อจัดสรรงบประมาณปี 2559 และไตรมาส 3 สามารถนำร่องการพัฒนาในบางพื้นที่ เช่น เมืองพัทยา และ 12 จังหวัด ภายใต้เส้นทาง 12 เมืองต้องห้ามพลาด เช่น จ.น่าน นครศรีธรรมราช เป็นต้น

“กระทรวงจะเน้นเข้ามาปัดกวาดแผนพัฒนา เบื้องต้นแบ่งเป็น 8 ปี มุ่งพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับเส้นทางการลงทุนทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ของกระทรวงคมนาคม รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งทุกประเทศ โดยเฉพาะพม่าเป็นประเทศที่น่ากลัว หากไทยไม่เร่งพัฒนาตัวเอง” กอบกาญจน์ กล่าว

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแบ่งการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดในแต่ละภาคตามธีมที่กำหนดไว้ เช่น กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง เป็นต้น ซึ่งปลายเดือนนี้เตรียมหารือกับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ทชช.) วางแผนให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

กอบกาญจน์ อธิบายว่า กระทรวงต้องการให้ภาคการท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของคนไทย ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่รากหญ้าอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเส้นทาง 12 เมืองต้องห้ามพลาด เป็นตัวอย่างที่จะช่วยสร้างเมืองและสถานที่ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ใช้งบ 60 ล้านบาท จัดทำแคมเปญเพื่อกระตุ้นให้ต่างชาติมาเที่ยวช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ประมาณ 3 หมื่นแพ็กเกจ สร้างการรับรู้ให้กับชาวต่างชาติประมาณ 10 ล้านคน

ด้านแนวทางการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เตรียมเพิ่มกำลังพลให้กับตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มอำนาจปฏิบัติการ รวมถึงเตรียมว่าจ้างบริษัทเอกชนที่ได้รับความเชื่อถือจากต่างชาติ ในการจัดเก็บสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ทางการท่องเที่ยว เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อสร้างประโยชน์ด้านการตลาดและด้านการลงทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แผนดังกล่าวจะมีความชัดเจนและเห็นอย่างเป็นรูปธรรมประมาณปลายปี 2558

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี