
เขย่าราคาพลังงาน
ณรงค์ชัยแย้มเสนอกพช.ชี้ชะตา22ต.ค.เบนซินโซฮอล์ลดอีก50สตางค์
ณรงค์ชัยแย้มเสนอกพช.ชี้ชะตา22ต.ค.เบนซินโซฮอล์ลดอีก50สตางค์
พลังงานส่งสัญญาณขยับราคาพลังงานอีกระลอก หลัง กบง.ปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่งอีก 63 สตางค์
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 22 ต.ค.นี้ จะพิจารณาปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนกลไกต้นทุน ส่วนจะเป็นประเภทใดคงไม่สามารถบอกได้ แต่ในหลักการแล้วราคาน้ำมัน ก๊าซแอลพีจีและก๊าซเอ็นจีวีจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ตลอดจนต้องพิจารณาการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีให้เหมาะสมและมีอัตราภาษีเท่ากัน
สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ด้วยการขึ้นราคาภาคขนส่ง 63 สตางค์/กก. มาอยู่ที่ระดับ 22.63 บาท/กก. เท่ากับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน มีผลวันที่ 21 ต.ค.นี้ แต่จะปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีเพื่อให้เท่ากับต้นทุนหน้าโรงแยกก๊าซที่ 24.82 บาท/กก. เมื่อไหร่นั้นยังระบุไม่ได้
นอกจากนี้ กบง.ยังมีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซล 70 สตางค์/ลิตร จาก 3 บาท เป็น 3.70 บาท/ลิตร ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะเป็นบวกเร็วขึ้นจากที่ติดลบอยู่ 1,985 ล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันฯ จะมีรายได้เพิ่มจากเดือนละ 5,122 ล้านบาท เป็น 6,216 ล้านบาท และจะกลับมาเป็นบวกภายใน 10 วัน
นายณรงค์ชัย กล่าวว่า กบง.ยังไม่มีการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนน้ำมันฯ ของกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจะทำให้ราคาขายปลีกปรับตัวตามกลไกตลาด แต่ได้ขอความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันให้ลดราคาขายปลีกลง 50 สตางค์/ลิตร ล่าสุด บริษัท ปตท. ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง 50 สตางค์/ลิตรด้านสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับการประชุม กบง. ครั้งก่อน โดยราคาปิดตลาด ณ วันที่ 17 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 85.05 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 99.65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันดีเซล อยู่ที่ 97.62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ด้านผู้ประกอบการขนส่ง ระบุว่า การปรับเพิ่มราคาแอลพีจีขนส่งดังกล่าวจะไม่ทำให้อัตราค่าขนส่งเพิ่มขึ้น







