posttoday
ทหารไทยบุกเอเชีย

ทหารไทยบุกเอเชีย

21 ตุลาคม 2557

ออก2กองรวดทริกเกอร์เป้ากำไร1ปี8%ราคาถูกสุดในโลกมั่นใจทุนนอกไหลเข้า

ออก2กองรวดทริกเกอร์เป้ากำไร1ปี8%ราคาถูกสุดในโลกมั่นใจทุนนอกไหลเข้า

บลจ.ทหารไทย มั่นใจ หุ้นเอเชียเด่นสุด ราคาถูกเงินต่างชาติเข้า คลอดทริกเกอร์เป้ากำไร 8%

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าเงินทุนโลกจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มากขึ้น จากที่ลดน้ำหนักการลงทุนไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากในปัจจุบันตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ในปี 2558 ต่ำกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นๆ โดยอยู่ที่ 10.96 เท่า ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 12.63 เท่า และสหรัฐ อยู่ที่ 14.29 เท่า

นอกจากนี้ พี/อี ของตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ในปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยใน 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 11.55 เท่า ในขณะที่ พี/อี เคยซื้อขายอยู่ระหว่าง 9.0717.01 เท่า

“ในช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) โดยเฉพาะระดับราคาที่ยังเหมาะสมและน่าสนใจกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในขณะที่ปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในภายนอกภูมิภาคช่วยสนับสนุน” นายสมจินต์ กล่าว

บลจ.ทหารไทย จึงเปิดขายกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดทหารไทย Asian Growth Leaders Trigger 8 ซึ่งมีเป้าหมายกำไร 8% ภายในเวลา 1 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 4% และกองทุนเปิดทหารไทย Asian Growth Leaders โดยเปิดขายพร้อมกันระหว่างวันที่ 2029 ต.ค.นี้

ขณะที่ทั้งสองกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักคือ BGF Asian Growth Leaders Fund ของ BlackRock โดยมีนโยบายลงทุนบริษัทขนาดกลาง หรือมีมูลค่าตลาดระหว่าง 1,0005,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เอเชีย หรือมีธุรกิจในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ประมาณ 3060 บริษัท

“กองทุนนี้จะเน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เช่น การเติบโตและความมั่งคั่งที่เพิ่มพูนขึ้นของกำลังซื้อในชนชั้นกลาง หรือบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นายสมจินต์ กล่าว

ปัจจุบัน กองทุนให้น้ำหนักการลงทุนจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และไทย มากกว่าดัชนีมาตรฐาน โดยเมื่อเดือน ส.ค. มีการลงทุนในธนาคารกสิกรไทย และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป

“ทั้ง 4 ประเทศที่กองทุนให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าดัชนีมาตรฐาน เพราะเป็นประเทศที่มีการปรับตัวเชิงโครงสร้าง เพิ่มการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ด้านระบบคมนาคมขนส่ง ชลประทาน สื่อสารโทรคมนาคม มีการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและการเติบโตของชนชั้นกลาง ในขณะที่การลงทุนในหุ้นขนาดกลางจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงกว่าหุ้นขนาดเล็ก และยังมีนักวิเคราะห์เข้าถึงไม่มาก ทำให้มีโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในช่วงที่ราคาต่ำ” นายสมจินต์ กล่าว

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะสหรัฐเริ่มฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อประเทศในเอเชียในฐานะคู่ค้าส่งออกที่สำคัญ

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย คาดว่าในช่วงการเปิดขายครั้งแรก ทริกเกอร์ฟันด์จะได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากกว่ากองทุนเปิด แต่มั่นใจว่าในอนาคตกองทุนเปิดจะได้รับความนิยมเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่