
บัวหลวงชี้หุ้นใหญ่ยังขึ้นได้
หวังผลประกอบการปีหน้าช่วยดันราคาทริกเกอร์กรุงไทยหุ้นไทยยุโรปเข้าเป้า
หวังผลประกอบการปีหน้าช่วยดันราคาทริกเกอร์กรุงไทยหุ้นไทยยุโรปเข้าเป้า
บลจ.บัวหลวงมั่นใจหุ้นใหญ่ยังขึ้นได้อีก “กรุงไทย” เฮ! ทริกเกอร์เข้าเป้าครบ 10%
นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ราคาหุ้นขนาดใหญ่บางกลุ่มยังมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้อีกตามการเติบโตของผลประกอบการในปี 2558 แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นหลายตัวในตลาดปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ทำให้มูลค่าของหุ้นไทยโดยรวมตึงตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายพีรพงศ์ กล่าวว่า โอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นแรงๆ ในอนาคตอันใกล้มีอยู่ไม่มาก เพราะการปรับราคาให้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานสำหรับปี 2558 ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วนัก ประกอบกับเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ส่งสัญญาณฟื้นตัวมากเพียงพอ ดังนั้นตลาดหุ้นไทยอาจต้องพบกับความผันผวนและการปรับฐานของตลาดหุ้นเป็นครั้งคราว
“หลังจากนี้ผลประกอบการของบริษัทจะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดที่สำคัญมากกว่าความคาดหวังนโยบายใหม่ๆ” นายพีรพงศ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายพีรพงศ์ กล่าวว่า กองทุนบัวหลวงปัจจัย 4 ประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.-16 ก.ย. 2557 ในอัตรา 1 บาท/หน่วย โดยปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 ต.ค. 2557 ทั้งนี้ถือเป็นการจ่ายปันผลครั้งแรกนับจากเปลี่ยนชื่อและนโยบายการลงทุนจากกองทุนทรัพย์บัวหลวง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2556
“เรามีความเชื่อมั่นอย่างมากต่อ การเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแนวโน้มของการพัฒนาเข้าสู่สังคมเมืองและรายได้ประชากรที่เพิ่มขึ้น จะเป็นโอกาสการเติบโตที่ต่อเนื่องระยะยาวสำหรับสินค้าและบริการหลายประเภท โดยประเทศในแถบอาเซียนยังมีระดับการบริโภคน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงการพัฒนาวิถีความเป็นอยู่ของคนในภูมิภาคนี้ ก็จะเริ่มใกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้วมากขึ้นเรื่อยๆ” นายพีรพงศ์ กล่าว
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท อินเวสเมนท์ ซีรีส์ 5 อี 1 (SI5E1) สามารถสร้างผลตอบแทนรวมได้ครบ 10% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ภายในเวลาประมาณ 2 เดือนหลังจากเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกเมื่อต้นเดือน ส.ค. 2557
ทั้งนี้ กองทุน SI5E1 มีนโยบายเน้นลงทุนหลักทรัพย์ในไทยและประเทศแถบยุโรป กำหนดสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยตั้งเป้าหมายเลิกโครงการเมื่อมีผลตอบแทนรวม 10% ทยอยจ่ายครั้งละ 5% ภายใน 10 เดือน
“ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จกองทุน SI5E1 คือ การลงทุนในช่วงจังหวะเศรษฐกิจไทยและการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) เนื่องจากสายบริหารกองทุนของเอ็มเอฟซี มองว่าเศรษฐกิจในประเทศสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากมีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ค่อนข้างแข็งแกร่งและตลาดหุ้นไทยยังซื้อขายที่ระดับราคาต่อกำไร (พี/อี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นในภูมิภาค” น.ส.ประภา กล่าว
ขณะเดียวกันแม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปจะยังคงมีแนวโน้มที่ชะลอตัวและมีความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด แต่การที่ธนาคารกลางยุโรป ให้คำมั่นสัญญาในการที่จะ ช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างยุโรป และออกมาตรการทางการเงินแบบพิเศษ อันได้แก่ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ (TLTRO) และการวางแผนซื้อสินทรัพย์และพันธบัตรเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลได้ในระดับหนึ่งและสนับสนุนหุ้นกลุ่มธนาคาร







