posttoday
ตลาดหุ้นปรับฐาน...น่ากลัวจังเลย

ตลาดหุ้นปรับฐาน...น่ากลัวจังเลย

14 ตุลาคม 2557

อันนี้เป็นเรื่องเล่าของช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เวลานั้นผมกลับเมืองไทยแล้วมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับอนาคต เรียกจุดนั้นว่า “จุดที่เจ๊งจนมึน” คุณเคยเป็นไหม มันจะมีจุดหนึ่งในชีวิต ที่ทำอะไรก็ผิด แย่ทุกด้าน พังทุกอย่าง นั่นแหละ “ฟินโคตร”

อันนี้เป็นเรื่องเล่าของช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เวลานั้นผมกลับเมืองไทยแล้วมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับอนาคต เรียกจุดนั้นว่า “จุดที่เจ๊งจนมึน” คุณเคยเป็นไหม มันจะมีจุดหนึ่งในชีวิต ที่ทำอะไรก็ผิด แย่ทุกด้าน พังทุกอย่าง นั่นแหละ “ฟินโคตร”

ใช่!! ทุกคนเคยผ่านช่วงที่เลวที่สุด แต่เชื่อไหม ผมบอกเลยว่า นั่นคือบทเรียนที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับผม เพราะหลังจากจุดนั้น ผมไม่กลัวความล้มเหลวอีกเลย เพราะเมื่อเรารู้ว่า จริงๆ คนเราเวลาล้ม ก็แค่ลุกขึ้นมา ไม่ได้ต่างกับเล่นฟุตบอลเลย ล้มก็ลุกดิ ง่ายๆ แต่เชื่อไหม คนที่ไม่เคยล้มเหลวหนัก เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด

คุณมองไปรอบๆ ตัวซิ วันนี้เราอยู่ในโลกศตวรรษที่ 21 ยุคนี้ ไม่ได้เหมือนยุคมังกรหยกของกิมย้ง ที่ใครพลาด กระบี่จะตัดหัวขาด สิ้นชีพ ใช่!! ยุคก่อนโคตรโหด ใครพลาดตาย ลูกน้องทำผิดเอาไปประหาร บ้าแล้ว!! นั่นยุคโบราณที่คนผิดตาย ดังนั้นไม่แปลกที่คนโบราณจะกลัวความผิด เพราะผิดแล้วมันสิ้นชีวิต มันไม่มีโอกาสแก้ตัวครับ

เอ้า!! ตอนนี้คุณลองมองอีกทีซิไปรอบๆ ตัวซิว่า ยุคนี้คนที่ล้มเขามีชีวิตเป็นอย่างไร เฮ้ย!! ยุคนี้ใครล้มแล้วรวย ล้มแล้วเก่ง แปลกไหม?

ไม่แปลก!! เพราะยุคนี้ลองไปสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จ หรือมหาเศรษฐีด้านต่างๆ พวกนี้เขาจะเล่าประสบการณ์ความผิดพลาดได้เป็นฉากๆ เล่าได้สนุกกว่าเรื่องที่เขาสำเร็จเสียอีก เพราะคนเรากว่าจะสำเร็จ มันต้องผ่านความล้มเหลวมาหลายรอบ เรื่องความล้มเหลวเลยมีให้เล่ามากกว่า มันขึ้นว่าคนนั้นเขาอยากจะให้เราฉลาดขึ้นไหม

ผมว่าสิ่งที่แปลกของเด็กไทยคือ เราถูกสอนให้ “ท่องจำ” มันเป็นระบบที่กลัวความผิดพลาด เพราะเขาคิดต่อๆ กันว่า ถ้าเอาสิ่งที่ทำมาแล้วเป็นทฤษฎีท่องจำไป แล้วก็ทำต่อมันจะช่วยให้ไม่ผิดพลาด ก็จริงนะ ท่องจำ เอาไปทำ มันลดข้อผิดพลาด แต่ที่แย่คือมันไม่พัฒนา

คนส่วนใหญ่คิดว่า เขาสามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากคนอื่น แล้วตัวเราจะได้ไม่ผิด ตลกเด็ก!! จริงดิ ถ้าความผิดพลาดคนอื่นมันเรียนได้จริง เชื่อไหมตลาดหุ้นจะไม่มีใครเจ๊ง จะรวยทุกคน เพราะนี่ขนาดสอนหุ้นกันจนปากจะฉีกถึงหู ว่า “อย่าซื้อแพง ขายถูก” แต่เชื่อไหม ทุกๆ รอบก็เป็นเหมือนเดิม

ผมน่ะสอนคนเล่นหุ้นมาประมาณ 5 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มเขียนหนังสือ ก็โดนเชิญขึ้นเวทีให้จับไมค์ เอ้า!! สอน

สิ่งที่ผมเจอก็คือ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเรียน สุดท้ายออกไปก็พลาด แต่ในที่สุดคนที่พลาดแล้วถึงจะเก่ง คำถามคือ ทำไมต้องพลาดในเมื่อประเด็นที่สอนไป มันครอบคลุมและป้องกันข้อผิดพลาดอยู่แล้ว

ใช่!! ก็อย่างที่บอก มนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคนอื่น เราแค่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น ดังนั้นยุคนี้คนที่เก่งมันไม่ใช่คนที่แค่สมองดี เรียนเก่ง แต่มันคือคนที่ทำเยอะๆ ผิดพลาดเยอะๆ แต่มีกฎอยู่ข้อหนึ่งคือ ผิดพลาดเยอะได้ แต่ห้ามผิดเรื่องเดิม

ทำไมห้ามผิดเรื่องเดิม? ก็เพราะถ้าผิดเรื่องเดิม แปลว่า เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากข้อผิดพลาด

คุณรู้ไหมว่า ในตลาดหุ้นมันเป็นอย่างที่พูดเป๊ะ ที่เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่ ซึ่งก็คือ 80% เจ๊ง เพราะคนเหล่านี้ ผิดพลาดเรื่องเดิม และก็ผิดมันซ้ำอยู่เรื่อยๆ ก็คือ ซื้อแพง ขายถูก เพราะเขาไม่เคยเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

ประเด็นง่ายๆ คือ ระหว่างที่เขียนบทความอยู่นี่ เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นปรับฐาน หุ้นลงค่อนข้างแรง ลองเดาซิว่า คนส่วนใหญ่เขาทำอะไรกันอยู่ ใช่!! เขาเจ๊งครับ เพราะเขาซื้อแพงมาขายถูก

จริงๆ วิธีแก้มันง่ายกว่านั้นเยอะเลย ด้วยสถิติใครๆ ก็รู้ว่าในแต่ละปี หุ้นจะปรับฐานลงแรงๆ สัก 23 ครั้ง ถ้าใครเรียนรู้จากบทเรียนนี้สามารถรวยจากหุ้นได้ไม่ยากเลยก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดลงแรงๆ ก็ให้เขาเข้าไปซื้อหุ้นที่ตัวเองอยากจะซื้อ ก็ใช้จังหวะที่ตลาดปรับฐานลงมานี่แหละ ช้อนซื้อหุ้นที่เราอยากได้ในราคาถูก คิดดูนะ ถ้าซื้อทุกครั้งที่ตลาดหุ้นปรับฐาน ก็เท่ากับว่าเราได้ซื้อหุ้นถูกโดยค่าเฉลี่ย ง่าย!! แต่แปลกไหมที่คนส่วนใหญ่ทำตรงข้าม

คนส่วนใหญ่ซื้อตอนที่ข่าวดี ขึ้นเยอะๆ ซื้อโคตรแพง แล้วก็มาขายตอนตลาดปรับฐาน ขายถูก เอาล่ะ บทความนี้เขียนมาซะยืดยาว เพื่อเตือนสตินักลงทุน ว่าจริงๆ แล้วที่บ่นๆ กันว่าตลาดหุ้นเล่นยาก มันเป็นเพราะอะไร

ถ้าให้แบ่งนักลงทุนในตลาดไทย ผมขอแบ่งเป็น 2 แบบ หนึ่ง คือ คนที่เจ็บแล้วเรียนรู้ ไม่เจ็บอีก สองคือ เจ็บแล้วไม่เรียน ก็เจ็บอีก คุณต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจากนี้ไปคุณจะยอมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วเปลี่ยนตัวเองได้หรือไม่ ทำให้ได้ แล้วจงรวยครับ จัดไป!!

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่