
สถาบันเทขายฉุดหุ้นปิดลบ
ภาพรวมการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (610 ต.ค. 2557) ดัชนีปรับลดลงจากแรงขาย
ภาพรวมการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (610 ต.ค. 2557) ดัชนีปรับลดลงจากแรงขายของนักลงทุนสถาบันด้วยความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,552.72 จุด ลดลง 1.12% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 14.06% จากสัปดาห์ก่อนมาที่ 45,496.31 ล้านบาท
ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยปัจจัยกดดันแรงขายของนักลงทุนสถาบันก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ ด้วยแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน รวมทั้งบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณว่ายังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งช่วยหนุนให้บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางดัชนีสำคัญ หลังข้อมูลเศรษฐกิจเยอรมนีออกมาน่าผิดหวัง
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้า (1317 ต.ค. 2557) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมินว่า ดัชนีเสี่ยงต่อการปรับลดลง ขณะที่จะติดตามเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐที่จะทยอยรายงานออกมา อาทิ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และเครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ยังต้องจับตาสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกง รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางด้วย
กลต.สั่งบอร์ด ADAM แจงรายตัว
แหล่งข่าวจากตลาดทุน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ความสำคัญกับกรณีที่ บริษัท อาดามัส อินคอร์ปอเรชั่น (ADAM) ยัดไส้วาระการเข้าซื้อกิจการ บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ มูลค่า 800 ล้านบาท ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพราะมีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนว่าเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน โดยมีเป้าหมายนำบริษัท กีธาฯ เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม (แบ็กดอร์ลิสติ้ง) ซึ่ง ก.ล.ต.ได้สั่งให้กรรมการ ADAM มาชี้แจงเป็นรายตัว รวมถึงบทบาทการทำหน้าที่ในที่ประชุม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัท กีธาฯ มีบริษัทเกี่ยวข้องโดยผ่านนายผ่านชัย อรุณไพโรจน์ ซึ่งเป็นกรรมการเพียง 1 ใน 2 คนในบริษัท กีธาฯ ร่วมกับนายยุทธพงษ์ เสรีดีเลิศ ขณะเดียวกันนายผ่านชัยยังดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ADAM ด้วย
BTS ขาย 2 บริษัทแลกหุ้นเพิ่มทุน NPARK
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ขายหุ้นบริษัทของ 2 บริษัทย่อยที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กับ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค (NPARK) แลกกับค่าตอบแทนประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะจง (PP) ของ NPARK จำนวน 2.13 แสนล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 37.06% ของหุ้นทั้งหมดหลังการเพิ่มทุน ในราคาหุ้นละ 0.047 บาท และใบสำคัญแสดงสิทธิ (NPARKW2) ที่จะออกโดยไม่คิดมูลค่าให้กับหุ้น PP ในอัตรา 2 ต่อ 1 โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวต้องออกให้กับบริษัทก่อนการออกให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ NPARK
สำหรับบริษัทย่อยทั้งสองแห่ง ได้แก่ บริษัท บีทีเอส แอสเสทส์ และบริษัท ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ โดยทั้งสองบริษัทย่อยถือครองที่ดินรวมกันประมาณ 18 ไร่ มูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 8,0001 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ BTS จะบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัทย่อยครั้งนี้ประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท
ปี 2558 AOT ปักธงกำไรโต 10%
นางพูลศิริ วิโรจนาภา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการบัญชีและการเงิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยว่า การดำเนินงานงวดปี 2558 (ต.ค. 2557ก.ย. 2558) จะพยายามรักษาการเติบโตในระดับ 10% ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร โดยประเมินแนวโน้มธุรกิจการบินในปี 2558 น่าจะดี คาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกจะเติบโตประมาณ 4.5% และในเอเชียแปซิฟิกคาดจะเติบโตประมาณ 6.1%
ขณะที่ในเร็วๆ นี้ AOT มีแผนจะเดินทางไปให้ข้อมูล (โรดโชว์) พบนักลงทุนในประเทศสหรัฐ โดยจะเตรียมข้อมูลเรื่องทิศทางการเติบโต รวมถึงแผนการลงทุนในอนาคต
ไอพีโอไทยโซล่าร์สะดุดพ่อลูกมาลีนนท์ถูกฟ้อง
นายบัณฑูร ชุณหสวัสดิกุล ทนายความของนายไพบูลย์ มัทธุรนนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้ถือหุ้นบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2557 ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอให้ระงับการจดทะเบียนของ TSE ซึ่งมีแผนจะเปิดเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (ไอพีโอ) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในเดือน ต.ค. 2557 นี้ เนื่องจากยังมีประเด็นคดีข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างรอคำตัดสินที่ได้ยื่นฟ้องร้องทั้งคดีทางแพ่งและคดีอาญารวมประมาณ 45 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ หาก ก.ล.ต.ไม่สั่งระงับการจดทะเบียนของ TSE ขั้นตอนถัดไปเตรียมจะฟ้อง ก.ล.ต.ต่อศาลปกครองกลางเพื่อมีคำสั่งระงับการจดทะเบียนของ TSE
สำหรับคดีหลักที่ยื่นฟ้องคดีแพ่งคือให้เพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญของ TSE ในวันที่ 18 พ.ค. 2554 ที่นายประชา มาลีนนท์ และ น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ กรรมการผู้มีอำนาจได้เสนอวาระเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 320 ล้านบาท เป็น 1,365 ล้านบาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่จำนวน 104.5 ล้านหุ้น มูลค่าเพิ่มทุน 1,045 ล้านบาท โดยไม่ได้บอกกล่าวเรียกประชุมตามวิธีการที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งขณะนั้นนายไพบูลย์ถือหุ้นใน TSE สัดส่วนประมาณ 26% ของหุ้นทั้งหมด
กบข.ขอเพิ่มเพดานลงทุนสินทรัพย์นอก
นายยิ่งยง นิลเสนา รองเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.อยู่ระหว่างประสานกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้กฎกระทรวง และเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติขยายเพดานสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์รวมต่างประเทศเพิ่มเป็น 35% จากเดิมที่ 25% โดยปัจจุบันมีการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 22% ซึ่งในบางช่วงของปี 2556 เคยมีการลงทุนสูงถึง 24.5% ใกล้จะติดเพดาน ทั้งนี้การเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสและกระจายความเสี่ยงในการลงทุน







