posttoday

รื้อเกณฑ์ปล่อยกู้ล้างทุจริต-ฟื้น"ไอแบงก์"

07 ตุลาคม 2557

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ถือเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ถูกนักการเมืองแทรกแซงเรื่องการปล่อยสินเชื่อมาโดยตลอด

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ถือเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ถูกนักการเมืองแทรกแซงเรื่องการปล่อยสินเชื่อมาโดยตลอด จนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้พอกพูนขึ้น จากผลดำเนินงานล่าสุดพบว่ามีอยู่ถึง 4.2 หมื่นล้านบาท หรือ 38% ของสินเชื่อคงค้าง 1.06 แสนล้านบาท และเป็นหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการไอแบงก์ชุดใหม่ที่จะต้องเข้ามาสะสางและฟื้นฟู

ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กล่าวถึงทิศทางการทำงานหลังมานั่งในตำแหน่งประธานกรรมการไอแบงก์กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการชุดใหม่กำลังจะยกเครื่องการทำงานให้เป็นธนาคารที่ได้มาตรฐานสากล โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารที่มี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็นประธาน ได้อนุมัติการปรับกระบวนการปล่อยสินเชื่อใหม่และมีคำสั่งให้เลิกจ้างที่ปรึกษาที่ถูกแต่งตั้งมาในรัฐบาลก่อนให้มีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่

ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดหนี้ตกชั้นส่วนใหญ่ของไอแบงก์มาจากการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ได้มาตรฐาน ลูกหนี้บางรายมีความเสี่ยงสูง โดยที่ผ่านมาไอแบงก์เคยว่าจ้างบริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่มาวางรูปแบบกระบวนการอนุมัติสินเชื่อถึงสองครั้ง ใช้งบรวมกันถึง 67 ล้านบาท แต่ไม่เคยนำผลศึกษาหรือข้อเสนอแนะมาใช้ แต่จากนี้ไปการอนุมัติสินเชื่อจะทำโดยอนุกรรมการสินเชื่อ โดยลูกหนี้รายใหญ่วงเงินกู้เกิน 200 ล้านบาท เสนอบอร์ดใหญ่ก่อนจึงอนุมัติได้

ชัยวัฒน์ ยอมรับว่า ขณะนี้ไอแบงก์กำลังถูกโจมตีจากผู้เสียประโยชน์และกลุ่มที่กังวลว่าจะถูกตรวจสอบเรื่องการปล่อยสินเชื่อทุจริต จึงมีการปล่อยข่าวทำให้ภาพไอแบงก์เสียหาย ทั้งเรื่องหนี้เสียและการยุบธนาคาร ซึ่งในฐานะประธานไอแบงก์ยืนยันเดินหน้าตามภารกิจ คือการเข้ามาฟื้นฟูกิจการ โดยที่ผ่านมาได้เดินสายตรวจเยี่ยมสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และภาคต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว เพื่อทำความเข้าใจกับพนักงานและลูกค้า เรื่องการขับเคลื่อนไอแบงก์ตามแผนฟื้นฟู สร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน 2,373 คน รวมทั้งลูกค้า ทำให้เดือน ก.ย.ที่ผ่านมาเงินฝากไหลเข้าเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท ส่วนข่าวที่ออกมาว่าปีนี้ไอแบงก์จะมีกำไรเป็น 1,000 ล้านบาทนั้น มองว่าต้องการจะสร้างแรงกดดันให้คณะกรรมการชุดปัจจุบันมากกว่า

นอกจากนี้ จากการเข้าพบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานธนาคารออมสิน ซึ่งถือหุ้นใหญ่รองจากกระทรวงการคลัง ทุกคนพร้อมให้การสนับสนุนไอแบงก์ให้เดินหน้าต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

“การตรวจสอบทุจริตในไอแบงก์ยังไม่ใช่ภารกิจหลัก โชคดีที่ได้ มนต์ชัย รัตนเพียร ที่มาจากสายตรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยมารักษาการกรรมการผู้จัดการที่รู้ข้อมูลไอแบงก์มาก่อนว่าใครทำอะไรกับแบงก์นี้มาบ้าง แต่ผมไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่ดีเอสไอ ผมคงไม่มาตรวจทุจริต หน้าที่ของผมคือมาฟื้นฟูและเตรียมทำแผนฟื้นฟูใหม่เสนอซูเปอร์บอร์ด”

สำหรับการเพิ่มทุนนั้น กระทรวงการคลังที่ถือหุ้นใหญ่ 48.54% และต้องใส่เงินเพิ่มทุนราว 3,000 ล้านบาท ได้ตกลงกันแล้วว่าเงินเพิ่มทุนก้อนแรก 1,500 ล้านบาท จะใส่เข้าได้ต่อเมื่อทำแผนฟื้นฟูเสร็จและผ่านการพิจารณาจากคลัง ส่วนอีก 1,500 ล้านบาท จะใส่เข้าภายหลังเมื่อมีการบริหารสาขา ควบคุมรายจ่ายได้ และพร้อมที่จะเดินหน้าขยายสินเชื่อใหม่ก่อน หลังจากนั้นคาดว่าผู้ถือหุ้นที่เหลือได้แก่ ธนาคารออมสิน 39.81% และธนาคารกรุงไทย 9.83% จะทยอยใส่เงินเพิ่มทุนที่เหลืออีกราว 2,000 ล้านบาท ตามมา

ข่าวล่าสุด

กบน. ลดราคาดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน 69