posttoday
วีรบุรุษภาชีวะ (ตอน 1)

วีรบุรุษภาชีวะ (ตอน 1)

01 ตุลาคม 2557

เคยลองทบทวนบ้างไหมว่าเราใช้ภาชนะบรรจุอาหารจากโฟมและพลาสติกกันแทบทุกวัน เช่น ขวดน้ำพลาสติก อาหารจากกล่องโฟม จาน ช้อน ส้อมพลาสติก ตลอดจนอาหารถุงพลาสติก ซึ่งหากใช้บรรจุอาหารที่มีอุณหภูมิสูง รวมทั้งอาหารที่มีไขมันหรือแอลกอฮอล์จะเกิดการปลดปล่อยสารสไตรีน (Styrene) และเบนซีน (Benzene) ออกมา ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ออกมาปะปนกับอาหารที่เราทาน ซึ่งจะขึ้นกับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) อุณหภูมิของอาหารที่บรรจุ 2) ปริมาณไขมันในอาหาร 3) ระยะเวลาที่ภาชนะโฟมสัมผัสอาหาร

เคยลองทบทวนบ้างไหมว่าเราใช้ภาชนะบรรจุอาหารจากโฟมและพลาสติกกันแทบทุกวัน เช่น ขวดน้ำพลาสติก อาหารจากกล่องโฟม จาน ช้อน ส้อมพลาสติก ตลอดจนอาหารถุงพลาสติก ซึ่งหากใช้บรรจุอาหารที่มีอุณหภูมิสูง รวมทั้งอาหารที่มีไขมันหรือแอลกอฮอล์จะเกิดการปลดปล่อยสารสไตรีน (Styrene) และเบนซีน (Benzene) ออกมา ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ออกมาปะปนกับอาหารที่เราทาน ซึ่งจะขึ้นกับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) อุณหภูมิของอาหารที่บรรจุ 2) ปริมาณไขมันในอาหาร 3) ระยะเวลาที่ภาชนะโฟมสัมผัสอาหาร

สำหรับสารดังกล่าวจะละลายได้ดีในน้ำมันและแอลกอฮอล์ เมื่อใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารที่มันๆ ร้อนๆ ตักหรือบรรจุแล้วทิ้งให้สัมผัสกับภาชนะโฟมเป็นเวลานานจะยิ่งมีการปลดปล่อยสารสไตรีนออกมาสู่อาหารได้ ส่วนผสมบางอย่างในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกรดในชามะนาวก็มีผลให้การละลายของสารสไตรีนลงสู่อาหารได้เช่นกัน

ผลร้ายที่เกิดขึ้นคือ จะเกิดโรคด่างขาว (Vitiligo) ในคนทั่วไป ผู้ชายจะเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้หญิงจะเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม ในขณะที่ทั้งสองเพศเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับพอๆ กัน เพราะอวัยวะเหล่านั้นมีไขมันไปสะสมจำนวนมาก

อธิบดีกรมอนามัย ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้ภาชนะจากโฟมและพลาสติกในการบรรจุอาหารมาแล้วตั้งแต่ปี 2544 แต่ไม่มีหน่วยงานใดๆ ร่วมมือหรือบังคับใช้กฎหมายนี้เลย จึงจำเป็นต้องใช้วิธีรณรงค์ในการหยุดใช้และชี้ให้เห็นพิษภัยของการใช้ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกหรือโฟม เริ่มต้นที่ผู้ประกอบร้านอาหารด้วยการอบรมสัมมนาและให้เครื่องหมาย “Clean Food Good Test” แก่สถานประกอบร้านอาหาร

ในประเทศญี่ปุ่นประชาชนให้ความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้มาก เขาจะนำถุงผ้าใส่ภาชนะเซรามิกออกจากบ้านพร้อมตะเกียบติดตัวไปด้วย เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกนอกบ้านเพื่อลดภาวะขยะ ซึ่งเป็นนิสัยชาวญี่ปุ่นที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเยาว์

อธิบดีฯ กล่าวต่ออีกว่า ในประเทศไทยมีกล้วยมากมาย นอกจากจะเป็นผลไม้อันทรงคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังสามารถรณรงค์ให้ใช้ใบตองเป็นภาชนะบรรจุหรือรองรับอาหารให้แพร่หลายมากขึ้นด้วย เพราะใบตองย่อยสลายได้ในธรรมชาติและไม่มีพิษภัยจากเคมีอันตรายเข้าสู่ร่างกาย ตลอดจนการใช้ผลิตภัณฑ์ภาชนะสำเร็จรูปที่ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากกระบวนการแปรรูปวัตถุดิบเศษเหลือของกระบวนการผลิตน้ำตาลจากอ้อย (ชายอ้อย) มันสำปะหลัง วัตถุดิบจากวัชพืช เช่น ผักตบชวา ไมยราพ นอกจากจะปลอดภัยจากสารเคมีแล้วยังสามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติเพียง 45 วัน เป็นการเพิ่มปุ๋ยในธรรมชาติอีกด้วย แต่หากใช้โฟมหรือพลาสติกเป็นภาชนะทิ้งขว้างต้องใช้เวลาเป็นพันปีจึงจะย่อยสลายหมด

ด้านการตลาดผู้ประกอบการอาหารมักจะห่วงใยต้นทุนการผลิตที่อาจสูงขึ้น หากมีการใช้ภาชนะบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งในต่างประเทศราคาของบรรจุภัณฑ์ธรรมชาติมีต้นทุนเท่ากับโฟม แต่เมืองไทยเมื่อเทียบขนาดต่อขนาดแล้วราคาจะห่างกันราวๆ 34 บาท ทำให้ผู้ประกอบการไม่สนใจจะนำมาบรรจุอาหารเพราะราคาแพง แต่หากผู้ประกอบการใส่ใจผู้บริโภคสักนิด ขณะที่ผู้บริโภคก็ไม่มักง่ายกับชีวิตและสิ่งแวดล้อมสักหน่อย ถ้าให้สองความคิดจูนมาตรงกันชีวิตและสิ่งแวดล้อมก็จะสดใส ห่างไกลโรค

แนวทางที่ขอเสนอแก่ผู้ประกอบการก็คือ หากเราให้ความรู้แก่ลูกค้าในการใช้ “ภาชีวะ (Biodegradable Packaging)” การเพิ่มมูลค่าการบริการที่เหนือกว่าด้วยคู่แข่งใช้ภาชนะที่ดีกว่า โดยเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยเป็นค่าบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับถ้าร้านค้าต้องมีคำอธิบายที่ดีและเข้าใจว่าทำไมลูกค้าต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้วย เชื่อว่าลูกค้าจะไม่ปฏิเสธความหวังดีเหล่านี้ ด้วยข้อความที่โดนใจ อาทิ “การเพิ่มค่าบรรจุภัณฑ์อีก 34 บาท ย่อมคุ้มค่ากว่ายารักษามะเร็งที่ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน”

ปัจจุบันคนไทยทำบุญตักบาตรกันมากขึ้น พระสงฆ์เองก็หนีไม่พ้นอาหารร้อนๆ ในถุงพลาสติกเช่นกัน ดังนั้นการทำบุญเพื่อให้ได้บุญเราควรคำนึงถึงสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย ควรรณรงค์ให้มีใส่บาตรด้วยปิ่นโต กระติ๊บข้าว แล้วหมุนเวียนให้ลูกศิษย์วัดนำกลับมาคืนเพื่อใส่บาตรในวันต่อๆ ไป หรืออาจใช้ใบตองห่อแบบโบราณ แม้แต่น้ำดื่มในขวดพลาสติกที่ถวายพระก็มีพิษมีภัยเช่นกัน น้ำสามารถหมดอายุได้หากทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ น้ำในขวดพลาสติกที่ทิ้งไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือเย็นจัดในช่องแช่แข็งก็ล้วนแล้วแต่สามารถละลายสารเคมีที่ก่อมะเร็งออกมาได้เช่นกัน

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน