
คาดเงินสะพัด6หมื่นล้านช่วงเทศกาลบอลโลก
เทศกาลฟุตบอลโลกปี 2553 คาดมีเงินสะพัด 6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่เป็นเงินจากการพนันฟุตบอลกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท
เทศกาลฟุตบอลโลกปี 2553 คาดมีเงินสะพัด 6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่เป็นเงินจากการพนันฟุตบอลกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท
นายนธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2010 จำนวน 1,112 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26-31 พ.ค. 2553 พบว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกคาดว่าจะมีเงินสะพัด 5.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลฟุตบอลยูโรปี 2008 โดยแบ่งเป็นการพนันบอล 3.72 หมื่นล้านบาท การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสังสรรค์ 1.9 หมื่นล้านบาท การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์รับสัญญาณ 2,205 ล้านบาท และอื่นๆ อีก 1,234 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในช่วงฟุตบอลโลกปีนี้เพิ่มขึ้น 50.1% โดยจำนวนเงินเฉลี่ยที่ใช้จ่าย ได้แก่ การซื้อตั๋วเครื่องบินไปชมการแข่งขัน 5.687 หมื่นล้านบาทต่อคน ซื้อโทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ 7,413 บาท พนันบอล 6,070 บาท สังสรรคจัดงานเลี้ยง 2,507 บาท ติดตั้งสัญญาณดาวเทียบ 2,269 บาท ทานอาหารนอกบ้าน 2,152 บาท ค่าไฟ 1,106 บาท และซื้อสินค้าทีมฟุตบอล 1,349 บาท เป็นต้น ซึ่งจำนวนเงินที่ใช้จ่ายเมื่อเทียบกับบอลโลกปี 2006 เพิ่มขึ้น 31.8% เทียบกับบอลยูโร 2008 เพิ่มขึ้น 13.4% และเทียบกับการใช้จ่ายในปัจจุบันในกรณีที่ไม่มีบอลโลกเพิ่มขึ้น 28.2%
สำหรับพฤติกรรมการเล่นพนันบอลมีสัดส่วนคนเล่นพนันบอล 48% และไม่เล่นอีก 52% โดยมีจำนวนเงินต่อนัดที่เล่นเฉลี่ย 1,090 บาท คาดว่าจะได้รับเงินต่อนัด 4,352 บาท และเล่นรวมตลอดฤดูกาล 6,070 บาท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนหันมาเล่นพนันบอลกันมาก เนื่องจากต้องการรางวัลจากการพนันบอล 50.8% ความสนุก 25.1% การชักชวนจากเพื่อน 11.9% และเล่นเป็นแฟชั่น 10.7% และหากเปรียบเทียบการพนันบอลในครั้งนี้กับช่วงบอลโลก 4 ปีก่อนมีการเล่นพนันบอลเพิ่มขึ้น 78.3%
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกปีนี้ จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ในระดับหนึ่ง เพราะเป็นกิจกรรมที่จะมีการจับจ่ายใช้สอย และช่วยผ่อนคลาดความเครียดให้กับคนไทย โดยค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งประมาณ 5,000- 1 หมื่นล้านบาท จะเป็นการใช้จ่ายจากภาคธุรกิจ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น งานอีเว้นท์ การทำโปรโมชั่นของสินค้าประเภทต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้รวมกับการใช้จ่ายปกติ จึงคาดว่าเทศกาลในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับขึ้นมาได้ 0.2-0.3%
ทั้งนี้ ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงค์ ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ติดตามฟุตบอลโลกจากสื่อโทรทัศน์มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลให้งบโฆษณาเทเข้ามาที่สื่อนี้เพิ่มขึ้นกว่า 10% รวมทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร ก็จะคึกคักตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะมีเงินสะพัดได้ในระดับ 7 หมื่นล้านบาท และการบริโภคควรจะอยู่ในระดับ 2 – 2.5 หมื่นล้านบาท จึงทำให้เทศกาลครั้งนี้กร่อยลงกว่าที่คาด รวมทั้งยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วง คือ การเล่นการพนันที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากคนหวังที่จะได้รางวัลจากการพนัน เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงซบเซา ซึ่งจะก่อให้เกิดหนี้สิน และปัญหาอาชญากรรมตามมาในอนาคต







