posttoday
สิงคโปร์ปลุกค่านิยมเด็กชู"พิพิธภัณฑ์"สร้างชาติ

สิงคโปร์ปลุกค่านิยมเด็กชู"พิพิธภัณฑ์"สร้างชาติ

30 กันยายน 2557

เด็กและเยาวชนถือเป็นแกนหลักที่จะก้าวขึ้นมาช่วยกันพัฒนาชาติในอนาคต สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่ตระหนักถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวมานานแล้ว

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

เด็กและเยาวชนถือเป็นแกนหลักที่จะก้าวขึ้นมาช่วยกันพัฒนาชาติในอนาคต สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งที่ตระหนักถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวมานานแล้ว จึงค่อยๆ ปลูกฝังค่านิยมต่างๆ ให้แก่เยาวชนของตัวเอง ผ่านการพามาชม “พิพิธภัณฑ์” เพื่อให้เด็กและเยาวชนของตัวเองมีความรู้และค่านิยมที่พึงประสงค์

ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บอกเล่าในงานสัมมนา “พลเมืองที่รัฐปรารถนา: ข้อพินิจการสร้างพลเมืองของชาติในพิพิธภัณฑ์สิงคโปร์” จัดโดยคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ว่า นอกจากระบบการศึกษา ซึ่งเป็นแกนสำคัญในการพัฒนาคนของสิงคโปร์แล้ว พิพิธภัณฑ์ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พลเมืองสิงคโปร์เองมีคุณภาพและมีค่านิยมตรงตามความต้องการของรัฐ

เนื่องจากสิงคโปร์มีพื้นเพความแตกต่างหลายด้าน ประกอบกับประเทศเพิ่งก่อตั้งได้เพียงประมาณ 50 ปี รัฐบาลสิงคโปร์จึงพยายามปลูกฝังสิ่งสำคัญในเชิงอุดมการณ์ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.การสร้างความกลมกลืนระหว่างชาติพันธุ์ (Racial Harmony) เนื่องจากประกอบด้วยคนหลายชนชาติ สิงคโปร์จึงต้องการปลูกฝังค่านิยมว่า “คนพื้นเพต่างกันแต่เป็นพลเมืองของสิงคโปร์เหมือนกัน” ไม่ว่าจะจีน มาเลเซีย อินเดีย และอื่นๆ หรือที่เรียกว่า CMIO

2.ระบบคุณธรรม (Meritocracy) พยายามสื่อสารว่าถ้าทำดี ทำงานหนัก จะได้รับผลตอบแทนที่ดี เพื่อช่วยให้คนที่มีคุณธรรมเป็นกลไกสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศ และ 3.การไร้ฉ้อราษฎร์บังหลวง (Incorruptibility) เพราะผู้นำสิงคโปร์เล็งเห็นว่า การฉ้อราษฎร์ทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้นำได้

ปัจจุบัน สิงคโปร์มีพิพิธภัณฑ์ที่ช่วยพัฒนาอุดมการณ์ดังกล่าว คือ ศูนย์การเรียนรู้สิงคโปร์ (Singapore Discovery Center) เป้าหมายเน้นเด็กและเยาวชนเป็นหลัก โดยเปิดให้มีทั้ง “กลุ่มจัดตั้ง” จากสถานศึกษา ตามแนวนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ระดับอนุบาล และกลุ่มประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม โดยปัจจุบันมีคนทั้ง สองกลุ่มเข้าชมใกล้เคียงกัน

ภายในศูนย์เริ่มจากการเปรียบเทียบประวัติศาสตร์สิงคโปร์เป็น 4 ยุค ได้แก่ 1.ยุคดิน หมายถึง ยุคเริ่มต้นก่อตั้งประเทศ ยุคที่อังกฤษยังมีอำนาจ 2.ยุคไฟ คือช่วงทศวรรษ 1950-1960 เป็นช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน 3.ยุคน้ำ คือยุคที่สิงคโปร์พยายามดับไฟที่คุกรุ่นก่อนหน้านั้น พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกด้าน สร้างพันธมิตรกับบริษัทข้ามชาติ และ 4.ยุคลม หมายถึงช่วงทศวรรษ 1990-2010 เป็นช่วงที่สิงคโปร์ทะยานเป็นประเทศสำคัญในภูมิภาค มีสายการบินแห่งชาติของตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ส่วนอื่นๆ ที่ใช้เพลงแร็ป ใช้ภูมิทัศน์ที่งดงามของเมือง และสื่ออื่นๆ สร้างประสบการณ์ทางความคิดและจิตใจให้แก่เด็กสิงคโปร์ด้วย

“รัฐคิดว่าคนเป็นผู้ใหญ่ต้องเข้าใจประวัติความเป็นมาประเทศ เข้าใจเรื่องความมั่นคงของรัฐ เข้าใจว่าต้องทำงานหนักเพื่ออะไร ผังเมืองสิงคโปร์วางไว้แบบใด มีจุดประสงค์อย่างไร เขามีวิสัยทัศน์แล้วให้เด็กเข้าไปจับต้องผ่านสื่อในพิพิธภัณฑ์”

สิงคโปร์ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกแห่ง คือ Urban Redevelopment Authority Gallery (URA Gallery) ที่นี่จะเน้นสื่อสารเรื่องการวางผังเมืองของประเทศว่าเป็นอย่างไร หากทำหรือไม่ทำแบบใดจะมีข้อเสียอย่างไรบ้าง และสร้างความเข้าใจบริบททางสังคมและผู้คน โดยจะปรับเปลี่ยนนิทรรศการภายในให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ๆ ของภาครัฐ เพื่อสื่อสารกับทั้งเยาวชนและนักลงทุนต่างชาติ

ชีวสิทธิ์ ประเมินว่า สิงคโปร์ถือเป็นประเทศที่ยังมีความเป็น “ชาตินิยม” ค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้เป็นชาตินิยมในเชิงทหารหรือการเมืองเป็นหลัก แต่เป็นชาตินิยมด้านเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนให้สิงคโปร์ก้าวหน้า

“หากไทยต้องการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเด็ก ก็อาจต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ชุดคุณค่าไหนที่เราจะเลือกหยิบขึ้นมาเล่า มาส่งเสริม และต้องใช้สื่อที่มีลูกเล่นในการสื่อสารกับคนอย่างเข้าใจง่าย ชวนให้คนที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ได้คิดตาม ได้ลองทำ”

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน