
เล่นรับเหมาคึกรายตัว
STECชนะตุนงาน4หมื่นล. บิ๊กTTCLช้อนหุ้นเข้าพอร์ต โพสต์ทูเดย์
— หุ้นรับเหมาฟื้นคืนชีพ เก็งกำไรรายตัว STEC คว้ารถไฟสายสีน้ำเงินสัญญา 3 ตามคาด ดันงานในมือแตะ 4 หมื่นล้าน PLE วิ่งลุ้นงานนอก บิ๊ก TTCL เห็นหุ้นถูกทยอยเก็บตลาดหุ้นวันที่ 2 มิ.ย. 2553 ดัชนีเดินหน้าต่อ 8.76 จุด หรือ 1.18% มาปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 749.68 จุด โดยมีหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นพระเอก นักลงทุนเฮโลเข้าเก็งการเปิดซองประมูลงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วงบ่าย โดยสัญญาที่ 3 บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) และพันธมิตรเสนอราคาต่ำสุด 11,320 ล้านบาท
ส่วน บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เสนอราคา 11,340 ล้านบาท, บมจ. ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เสนอราคา 11,500 ล้านบาท และ บมจ.ช.การช่าง(CK) เสนอราคา 11,550 ล้านบาท
ขณะที่สัญญาที่ 4 ปรากฏว่าบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เสนอราคาต่ำสุด 13,380 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาหุ้น STEC และ UNIQ ปรับตัวขึ้นแรง พร้อมกับมีการขายทำกำไรหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้รับงานครั้งนี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) และบริษัท ช.การช่าง (CK)
โดยอันดับ 2 เป็น กลุ่มร่วมทุน UNIQ เสนอราคา 13,420 ล้านบาท,ITD เสนอราคา 13,508 ล้านบาท และ CK เสนอราคา 13,590 ล้านบาท ส่วนการเปิดซองประมูลสัญญาที่เหลือ ซึ่งได้แก่ สัญญา 1, 2 และ 5 น่าจะดำเนินการได้ภายในเดือน ก.ค.นี้
ด้านผู้บริหาร STEC กล่าวว่า หากได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างสัญญา 4 ก็จะทำให้มูลค่างานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมในปีนี้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 1.21.3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าไปไล่ซื้อหุ้น บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิ เนียริ่ง (PLE) จนราคาขึ้นไปสูงสุด 1.45 บาท ก่อนมาปิด 1.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท นายเสวก ศรีสุชาติ ประธานกรรมการ กล่าวว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น PLE ขึ้นแรงท่ามกลางมูลค่าซื้อขายสูงถึง 217 ล้านบาท เพราะพื้นฐานบริษัทยังคงเป็นเหมือนเดิม ส่วนโครงการในกาตาร์ก็รอผลการประมูลคาดว่าจะทราบภายในเดือน มิ.ย.นี้
ด้านกรรมการ TTCL ดอดเก็บ 7แสนหุ้น เห็นราคาลงมาเยอะ บริษัทมีเงินสด
นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการ บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) กล่าวว่า ในวันที่ 2426 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าไปซื้อหุ้น TTCL ในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 7 แสนหุ้น ในราคาเฉลี่ย 5.50 บาทต่อหุ้น ปัจจุบันถือหุ้นทั้งสิ้น 17 ล้านหุ้น
สาเหตุที่เข้าไปซื้อหุ้น TTCL เพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่าราคาลงมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งหากคิดเฉพาะเงินสดหรือเทียบเท่าที่บริษัทมีอยู่ประมาณ 5.30 บาทต่อหุ้น หุ้นที่ซื้อไว้ก็จะมีความเสี่ยงต่ำ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทรับเหมาอื่น และผลดำเนินงานที่ผ่านมา 25 ปีก็สามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง







