
เครื่องดื่ม "พรีพรีม" นวัตกรรมจากภูมิปัญญา
เครื่องดื่มบำรุงน้ำนมแม่ ภายใต้แบรนด์ “พลีพรีม” ที่นำปลีกล้วยมาทำเป็นเครื่องดื่ม ไอเดียสาวไทยที่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เครื่องดื่มบำรุงน้ำนมแม่ ภายใต้แบรนด์ “พลีพรีม” ที่นำปลีกล้วยมาทำเป็นเครื่องดื่ม ไอเดียสาวไทยที่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่ โดยใช้ความรู้จากภูมิปัญญาคนโบราณที่สืบทอดกันมาว่าปลีกล้วยช่วยบำรุงน้ำนม มาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มนวัตกรรมใหม่
“ขนิษฐา จันทร์ขจรชัย” ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด กาญจน์วารินทร์ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม บำรุงน้ำนมแม่จากดอกกล้วยสกัด แบรนด์ “พลีพรีม” (PLEE PREME) ถือเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย จาก จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ได้พัฒนาสินค้าเครื่องดื่มแบรนด์พลีพรีมเมื่อประมาณ 34 ปีที่ผ่านมา และทำตลาดอย่างจริงจังประมาณ 1 ปี เป็นเครื่องดื่มบำรุงนมแม่จากดอกกล้วยสกัดเป็นรายแรกในประเทศ และเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิก)
เครื่องดื่มบำรุงนมแม่พลีพรีมได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยรัฐ อาทิ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น จึงได้สารอาหารต่างๆ ครบถ้วน มีประโยชน์ต่อคุณแม่ในการบำรุงน้ำนม และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) พัฒนาสินค้าออกทำตลาด 7 รายการ ทั้งแบบผง ชา และแบบขวดพร้อมดื่ม ที่เพิ่งวางตลาดในเร็วๆ นี้ เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าดื่มได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ www.pleepreme.com
พัฒนาสินค้าต่างๆ สร้างเครือข่าย (คลัสเตอร์) จึงเริ่มนำสินค้าเข้ามาทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เฟสบุ๊ค และเว็บไซด์ www.pleepreme.com
สำหรับปลีกล้วยที่นำเข้ามาผลิตสินค้านั้น ได้นำมาจาก จ.พิษณุโลก โดยเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยแบบออร์แกนิกขนาดใหญ่ และได้ร่วมมือกับ กสอ. สร้างเครือข่ายกลุ่มผลิตสินค้าเพื่อให้ส่งผลผลิตกล้วยมาผลิตในโรงงาน โดยปลีกล้วยเมื่อนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มนั้น สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าได้ถึง 6 เท่า
การลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้ใช้งบไปไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังลงทุนสร้างโรงงาน รวมทั้งว่าจ้างให้บริษัทอื่นผลิตสินค้าบางส่วน รวมทั้งให้วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาร่วมผลิตสินค้า
นอกจากนี้ ได้ปรับบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ให้สวยงาม ทำให้สินค้ามีเอกลักษณ์และลูกค้าจดจำง่าย ใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าคุณแม่ทดลองใช้สินค้า ส่งผลให้คุณแม่ที่ใช้สินค้าแล้ว เกิดกระแสบอกปากต่อปาก จึงมีคุณแม่รายอื่น สนใจใช้สินค้าเพิ่มขึ้น หลังจากทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาสร้างยอดขายกว่า 1 ล้านบาท
ขนิษฐา เล่าว่า อุปสรรคการทำสินค้าที่ผ่านมา มีตั้งแต่การเริ่มทำธุรกิจทั้งที่ไม่มีความรู้มาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องพัฒนาสินค้าใหม่ แต่อาศัยการเป็นคุณแม่มือใหม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว จึงมีความเข้าใจในเรื่องพัฒนาสินค้าและทำสินค้าเพื่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน อีกทั้งได้เครือข่ายภาครัฐ กสอ. และมหาวิทยาลัยรัฐคอยแนะนำและให้ความช่วยเหลือสนับสนุนต่างๆ
“หลังจากเปิดตัวสินค้าเข้ามาทำตลาดไม่นาน ก็ประสบปัญหาเรื่องพนักงานที่ทำงานด้วย ได้ลาออกจากบริษัทและไปเปิดตัวสินค้าในรูปแบบเดียวกัน ทำให้ต้องกลับมาพัฒนาและสร้างสินค้าให้ดีขึ้น มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่” และมีปัจจัยบวกที่ลูกค้าเก่าจดจำสินค้าได้ จึงยังนิยมซื้อสินค้าต่อไป
หลังจากนี้จะขยายช่องทางการขายในประเทศมากขึ้น ทั้งช่องทางขายสินค้าในโรงพยาบาล ร้านค้าเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกที่สุด พร้อมมุ่งขยายช่องทางออนไลน์ และเตรียมนำสินค้าเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพราะเป็นประเทศที่มีมาตรฐานสินค้าสูง และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสินค้าที่ดี หากเข้าประเทศยูเออีได้ จะสามารถขยายตลาดในประเทศอื่นได้ต่อไป
“ระยะยาวจะต้องขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับคุณแม่รุ่นใหม่ ทั้งคุณแม่ที่กำลังเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ และคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว” ขนิษฐา กล่าวทิ้งท้าย







