
การเตรียมตัวในตอนเช้าแบบผู้ประสบความสำเร็จ
อีกไม่กี่วันเราก็จะก้าวเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2557 กันแล้ว ตัวเลขคาดการณ์ของการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็มีการปรับลดลงเหลือประมาณ 2% บริษัทห้างร้านหลายๆ แห่งก็สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องเร่งมือในการทำผลประกอบการ ซึ่งก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีทำงานจากที่เคยทำมาในอดีตเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้นเหมือนที่ Albert Einstein เคยกล่าวว่า “การทำอะไรเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่หวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างจากเดิมนั้นเป็นเรื่องของคนที่ขาดสติ” ส่วนการที่เราจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานในองค์กรของเราให้ได้ผลนั้นก็คงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนตัวเราก่อน
อีกไม่กี่วันเราก็จะก้าวเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2557 กันแล้ว ตัวเลขคาดการณ์ของการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็มีการปรับลดลงเหลือประมาณ 2% บริษัทห้างร้านหลายๆ แห่งก็สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องเร่งมือในการทำผลประกอบการ ซึ่งก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีทำงานจากที่เคยทำมาในอดีตเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้นเหมือนที่ Albert Einstein เคยกล่าวว่า “การทำอะไรเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่หวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างจากเดิมนั้นเป็นเรื่องของคนที่ขาดสติ” ส่วนการที่เราจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานในองค์กรของเราให้ได้ผลนั้นก็คงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนตัวเราก่อน
นักบริหารที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงของโลกหลายคนมีอุปนิสัยในการตื่นนอนแต่เช้า เช่น Margaret Thatcher อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กของอังกฤษ หรือ Robert Iger ซีอีโอของ Walt Disney จะตื่นนอนตั้งแต่เช้าประมาณ 05.00 น. และ Inc. Magazine ได้รายงานว่า คนที่ตื่นนอนแต่เช้ามักจะเป็นคนที่มีความคิดฉับไว รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง
นอกจากนี้ Jennifer Cohen นักเขียนชื่อดังแห่งนิตยสาร Forbes ได้เขียนบทความถึงการที่นักบริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น เขาใช้เวลาก่อน 8 โมงเช้า เพื่อการเตรียมตัวรับมือกับภารกิจในแต่ละวันอย่างไร ผมก็เลยขอนำมาฝากกันนะครับ
1.ออกกำลังกาย : การออกกำลังกายหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เช่น การเดิน วิ่ง เล่นโยคะ รำมวยจีน หรือการยืดเส้นยืดสาย จะสร้างความกระฉับกระเฉง ขจัดความงัวเงียหลังตื่นนอน และเป็นการปลุกประสาทให้ตื่นตัว อีกทั้งเป็นการ Warm Up กล้ามเนื้อและร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับภารกิจที่จะตามมาในแต่ละวัน ซึ่งการออกกำลังตอนเช้ายังสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอมากกว่าการออกกำลังในตอนเย็น เพราะตอนเย็นเราอาจจะมีภารกิจมากมายจนหาเวลาที่จะมาออกกำลังได้ยาก และการออกกำลังนั้นยังช่วยให้เราสามารถควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
2.วางแผนการทำงาน : นักบริหารเหล่านี้มักจะใช้เวลาช่วงเช้าในการวางแผนการทำงานในแต่ละช่วงเวลาของวัน พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และลดการสูญเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งเขาจะจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำ โดยเน้นการใช้เวลาเพื่อทำงานที่มีความสำคัญ งานวางแผนหรืองานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ นอกจากการที่ใส่ภารกิจทั้งหลายลงในตารางเวลาแล้ว เขายังจัดช่วงเวลาที่จะ Break หลังจากการประชุมที่เคร่งเครียดสัก 10 นาที ในการพักผ่อนสมองและทำสมาธิให้พร้อมที่จะจัดการกับงานอื่นๆ ที่เหลือของวันอีกด้วย
3.รับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์ : เรารู้เรื่องความสำคัญของอาหารเช้ากันเป็นอย่างดี แต่ด้วยชีวิตที่เร่งรีบเราก็มักจะละเลยอาหารเช้า แต่นักบริหารเหล่านี้มักจะให้ความสำคัญกับอาหารเช้าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับงานหนักตลอดวัน นอกจากนี้การรับประทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัวแม้เพียง 5 นาที ก็ยังช่วยเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
4.การทำสมาธิ : หลังจากการเตรียมความพร้อมในด้านร่างกายแล้ว นักบริหารเหล่านี้ยังเตรียมความพร้อมในด้านจิตใจด้วย โดยการใช้สมาธิเพื่อคิดใคร่ครวญงานอย่างละเอียด รวมถึงความสำเร็จที่จะได้รับ และใส่ความคิดในเชิงบวก (Positive Thinking) เพื่อที่จะปรับอารมณ์และลดความกังวลในปริมาณงานที่จะโถมเข้ามาในวันนั้นๆ
5.พร้อมรับมือกับงานที่มีปัญหา : คนส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงกับงานที่ยากหรืองานที่มีปัญหาโดยการเก็บงานนั้นไปทำในวันอื่นๆ แต่นักบริหารเหล่านี้จะจัดเวลาเพื่อสะสางงานเหล่านี้เป็นลำดับแรกๆ ในช่วงเช้าที่เขายังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้งานยากๆ นั้นสำเร็จได้ง่ายขึ้น และเขาจะได้ผ่อนคลายกับงานอื่นๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของวันได้
เคล็ดลับของนักบริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเตรียมตัวให้พร้อมก่อน 08.00 น. เพียง 5 ข้อนี้ ก็เป็นสิ่งที่ท่านผู้อ่านสามารถนำไปใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเราให้สามารถรับมือกับงานในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ส่วนผมเองก็คงต้องตั้งนาฬิกาให้ปลุกในเวลาที่เช้าขึ้นมากกว่าเดิมแล้วละครับ...แฮ่ม







