
ชาวสงขลา76%หนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ประชาชนสงขลา 76% เห็นด้วยตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หวังช่วยยกสงขลาเป็นเมืองยางพารา ด้านเอกชนเตรียมพร้อมขยายการลงทุนรับเศรษฐกิจโต
ประชาชนสงขลา 76% เห็นด้วยตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หวังช่วยยกสงขลาเป็นเมืองยางพารา ด้านเอกชนเตรียมพร้อมขยายการลงทุนรับเศรษฐกิจโต
นายนุกูล ชิ้นฟัก อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยผลสำรวจประชาชนกับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดาและปาดังเบซาร์ จ.สงขลา เมื่อปลายเดือน ส.ค. 2557พบว่าประชาชนใน จ.สงขลา ส่วนใหญ่76% ต้องการให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.สะเดา และปาดังเบซาร์ เพราะจะช่วยให้ จ.สงขลา เป็นเมืองยางพารา และส่งผลให้ยางพารามีราคาที่สูงขึ้น ตลอดจนส่งผลให้ อ.หาดใหญ่ มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน จ.สงขลา จะต้องพัฒนาให้ได้มาตรฐานสากลเหมาะสมกับการเป็นประตูเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ มีการจัดระเบียบการใช้ที่ดินชุมชนบริเวณด่านชายแดนและผังเมือง ส่วนพิธีการผ่านแดนต้องสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย และเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ที่สำคัญต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเส้นทางการคมนาคมมีความเชื่อมโยงเป็นประตูการค้าทั้งทางรถสินค้า รถยนต์ และบุคคล
“ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ตอบว่าต้องการให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดาและปาดังเบซาร์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาระบบเศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ จะทำให้ไทยเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงการคมนาคม และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจตลอดแนวชายแดนและมีมาตรฐานในระดับสากล” นายนุกูล กล่าว
สำหรับปัญหาที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ได้แก่ การจราจรที่แออัดและการรอคิวนานที่ด่านสะเดา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้โดยพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับการแยกช่องทางการให้บริการของรถบรรทุกสินค้า แยกรถยนต์โดยสาร แยกจำนวนคนที่ไปใช้บริการ จะช่วยลดปัญหาการจราจร และการรอคอย เป็นต้น
ทั้งนี้ ภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจที่มีความสำคัญตลอดแนวชายแดนใต้ไทยมาเลเซีย ด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์มีมูลค้าการค้าขายรวมกว่า 5 แสนล้านบาท คิดเป็น 70% ของด่านทั้งประเทศ และมีการขยายตัว 19% ต่อปี มีแนวโน้มเป็นประตูเศรษฐกิจระดับอนุภูมิภาคเชื่อมโยงกลุ่มประเทศอินโดจีน จีนตอนใต้และกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง กับกลุ่มปลายประเทศแหลมมลายู บทบาทที่สอดคล้องกับศักยภาพและโอกาสแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ เปรียบเสมือนเป็นประตูเชื่อมโยง สงขลาปีนังเมดาน (อินโดนีเซีย) และสิงคโปร์
นายเนตร จันทรัศมี กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ จ.สงขลา กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สงขลา เพื่อกระตุ้นและดึงดูดการลงทุนที่จะเข้ามา โดยเฉพาะเมื่อผนวกกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วยแล้ว จะเป็นประโยชน์อย่างต่อทั้งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ทั้งนี้ในฐานะภาคเอกชนได้เตรียมความพร้อมรับการลงทุนและจะขยายห้างรวมทั้งจับมือพันธมิตรสร้างโรงแรมหรูขึ้นในเร็วๆนี้ด้วย
นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลาได้เตรียมแผนสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลเพื่อแก้ปัญหาจราจรภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเพื่อการรองรับเปิดเออีซีโดยล่าสุดได้ลงนามการทำสัญญาว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตธนบุรี ศึกษาออกแบบสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลเพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และปริมณฑล ใช้เวลาศึกษาประมาณ 15 เดือน วงเงิน 45 ล้านบาท และคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณดำเนินการไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท







