posttoday
ผลผลิต-ราคาอ้อยฮวบ

ผลผลิต-ราคาอ้อยฮวบ

22 กันยายน 2557

คาดฝนแล้งฉุดผลผลิตอ้อยต่ำกว่า 100 ล้านตัน ขณะราคาอ้อยส่อแววต่ำกว่า 900 บาท/ตันอ้อย

คาดฝนแล้งฉุดผลผลิตอ้อยต่ำกว่า 100 ล้านตัน ขณะราคาอ้อยส่อแววต่ำกว่า 900 บาท/ตันอ้อย

นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เปิดเผยว่า ชาวไร่และโรงงานได้ประเมินปริมาณอ้อยฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 ในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ว่า มีแนวโน้มไม่ถึง 100 ล้านตัน ลดลงจากฤดูการผลิต 2556/2557 ที่มีผลผลิต 103 ล้านตัน เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง

นอกจากนี้ ยังคาดว่าราคาอ้อยฤดูกาล 2557/2558 จะลดลงด้วยเช่นกัน เพราะราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกมีราคาเฉลี่ยเพียง 15 เซนต์/ปอนด์ จึงคาดว่าราคาอ้อยขั้นต้นจะเฉลี่ยอยู่ที่ 850-900 บาท/ตัน จากฤดูก่อนที่อยู่ 900 บาท/ตัน

“เมื่อเทียบราคาอ้อยขั้นต้นกับต้นทุนของชาวไร่อ้อยจะสูงกว่า 1,000 บาท/ตัน จึงเห็นว่ายังคงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องช่วยเหลือชาวไร่ในเรื่องการสนับสนุนแหล่งเงินกู้เพิ่มค่าอ้อย” นายธีระชัย กล่าว

นายธีระชัย กล่าวว่า ขณะนี้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน 70:30 ดีอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยน แต่ควรจะมองในเรื่องของการนำผลพลอยได้จากผลผลิตต่อเนื่องที่ได้จากอ้อย มาคำนวณเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่อ้อย เช่น เอทานอล การนำเศษอ้อยไปทำโรงไฟฟ้าชีวมวล

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวยอมรับว่า ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 57/58 ที่จะประกาศในช่วงต.ค.นี้มีแนวโน้มสูงที่จะต่ำกว่า 900 บาทต่อตันซึ่งเข้าใจว่าที่สุดชาวไร่อ้อยก็คงจะเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนธ.ก.ส.ปล่อยกู้ผ่านกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เช่นที่ผ่านๆ มา ซึ่งฤดูการผลิตปี 56/57 ที่มีผลิตอ้อย 103 ล้านตัน ราคาอ้อยขั้นต้น 900 บาทต่อตัน มีการจ่ายเงินเพิ่ม 160 บาทต่อตันอ้อย กท. กู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาจ่ายเงินเพิ่มทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท โดยมีเงินที่เก็บจากราคาน้ำตาลขายปลีกกิโลกรัมละ 5 บาท มาชำระหนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กท. มีรายได้หลักจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน 5 บาทต่อกิโลกรัม หรือคิดเป็นรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรายได้นี้จะนำมาทยอยชำระและตามแผนวงเงินกู้ 1.6 หมื่นล้านบาทจะชำระหมดช่วงต.ค. 58 ดังนั้นหากจะต้องกู้ใหม่ประเมินขั้นต่ำสุดที่ 160 บาทต่อตันวงเงินก็จะอยู่ประมาณ 1.51.6 หมื่นล้านบาทขึ้นอยู่กับปริมาณอ้อยโดยเงินนี้คาดว่าจะเข้ามาช่วงก.พ. 58 เมื่อรวมกับหนี้เก่าช่วงก.พ.ที่คาดว่าจะเหลือ 8,000 ล้านบาทภาระหนี้กองทุนฯกับการกู้ใหม่จะสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท

“การกู้ธ.ก.ส.เพื่อเพิ่มค่าอ้อยตั้งแต่ปี 2551 จะเป็นลักษณะการใช้หนี้เก่าหมดแต่หากต้องกู้ในฤดูการนี้ก็จะเท่ากับเป็นการกู้ใหม่ทั้งที่เงินเก่ายังใช้หนี้ไม่หมดวงเงินหนี้ก็จะสูงขึ้นการชำระหนี้ก็จะยาวออกไปและถ้าปีต่อๆไปเป็นปัญหาเช่นนี้อีกจะทำอย่างไร การเพิ่มค่าอ้อยเช่นนี้เป็นเหมือนยาเสพติดไปแล้วแก้ไขยากมากและถ้าเป็นอย่างนี้การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบก็จะทำยากยิ่งขึ้นดังนั้นแนวทางคงต้องทำเป็นเรื่องๆ ไป”แหล่งข่าวกล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน