posttoday
สานฝันการศึกษาเด็กกลยุทธ์ซีเอสอาร์ทุนไทย

สานฝันการศึกษาเด็กกลยุทธ์ซีเอสอาร์ทุนไทย

19 กันยายน 2557

การทำธุรกิจในต่างแดนยุคนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าไปฉกฉวยผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

การทำธุรกิจในต่างแดนยุคนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าไปฉกฉวยผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจจะต้องรู้จักคืนประโยชน์ให้กับชุมชนและคนท้องถิ่นที่บริษัทเข้าไปทำธุรกิจด้วย ส่งผลให้หลายบริษัทเลือกทำโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชนท้องถิ่น

สำหรับกรณีของเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ที่ได้เข้าไปทำธุรกิจในประเทศพม่ามาระยะหนึ่ง ได้เลือกให้ความสำคัญกับคนเพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งองค์กร และต่อการวางรากฐานให้กับประเทศในอนาคต

ชนะ ภูมี ผู้อำนวยการ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ประเทศพม่า กล่าวว่า เอสจีซีมีนโยบายชัดเจนที่จะขยายการลงทุนเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครบและครอบคลุมทุกประเทศ ซึ่งสิ่งที่ทำควบคู่ไปกับการทำการตลาดสินค้าและแบรนดิ้ง คือ การให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสแต่มีความประพฤติและเรียนดี ที่อยู่ในพื้นที่การลงทุนของเอสซีจีด้วย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ Sharing the Dream

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยจะมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่ากับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งสิ้นปีละ 5,000 ทุน แบ่งเป็นทุนเด็กไทย 4,000 ทุน ที่เหลือจะกระจายให้เด็กจาก 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และลาว ประเทศละ 200 ทุน

ล่าสุด เมื่อบริษัทขยายการลงทุนโรงงานปูนซีเมนต์ขนาดกำลังผลิต 1.8 ล้านตัน เพิ่มอีกแห่งที่เมืองเมาะลำไย ประเทศพม่า จึงได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนชาวพม่าทั้งจากกรุงย่างกุ้งและเมาะลำไยรวม 200 ทุน ทุนละ 2.1 แสนจ๊าด หรือประมาณทุนละ 7,000-8,000 บาท รวมทั้งสิ้น 42 ล้านจ๊าด หรือประมาณ 1.43 ล้านบาท

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกจะพิจารณาจากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เป็นที่ยอมรับของชุมชน มีจิตอาสา มีความกตัญญู มีฐานะทางบ้านไม่ดีแต่มีผลการเรียนอยู่ในระดับดี โดยต้องสอบผ่านผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับชาติ (National Test) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ทั่วทั้งอาเซียน

ชนะ กล่าวว่า เหตุผลที่เอสซีจีเลือกทำโครงการด้านสังคม (ซีเอสอาร์) ด้านการศึกษา เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ให้ผลยาวและยั่งยืน หากได้ส่งเสริมเด็กให้มีจิตอาสาที่ดี ก็จะทำให้เด็กมีค่านิยมที่ดีและถูกต้องตามไปด้วย ซึ่งนั่นจะช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้ และพม่าก็น่าจะขับเคลื่อนไปได้เร็ว

“ถ้าเลือกคนได้ถูกกลุ่มก็จะสร้างโมเมนตัมได้เร็วและกว้างที่สุด แต่การจะเข้าไปส่งเสริมคนนั้น จะแค่ยื่นเครื่องมือจับปลาหรือยื่นปลาให้เลยไม่ได้ แต่จะต้องสอนให้รู้วิธีการจับปลาเองเป็นด้วย ซึ่งก็เหมือนกับการให้การศึกษา เมื่อเด็กเหล่านี้มีความรู้แล้วเรียนจบมาส่วนหนึ่งก็อาจจะมาทำงานกับเราก็ได้”

สอดคล้องกับ ชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ อัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ที่เห็นด้วยกับการที่บริษัทไทยในพม่าทำโครงการเพื่อสังคมด้านการศึกษา เพราะคนพม่ารักคนไทยอยู่แล้ว ซึ่งการให้โอกาสทางการศึกษาแบบนี้จะเป็นตัวช่วยการันตีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนพม่าว่า นักธุรกิจไทยที่เข้ามาลงทุนในพม่าไม่ได้มุ่งหวังแต่จะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์แล้วก็จากไปเท่านั้น

นอกจากการแจกทุนการศึกษาแบบนี้แล้วที่ผ่านมาไทยก็ได้เข้ามาช่วยเหลือพม่าในด้านการศึกษาบ้าง โดยเป็นลักษณะของการเข้ามาช่วยทำหลักสูตรการเรียนการสอน แต่ก็ยังไม่มีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบนัก

“อยากเห็นเด็กที่ได้รับทุนวันนี้โตขึ้นอยากเป็นครู เพื่อที่จะกลับมาพัฒนาท้องถิ่นตัวเองให้ดีขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าพม่าจะเป็นประเทศที่โตเร็วมาก และโตไวกว่าไทยด้วย เพราะคนพม่าส่วนใหญ่ได้เปรียบด้านภาษาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้พม่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งทำ เรื่องการพัฒนาระบบการศึกษาจึงยังถูกละเลยไปบ้างเท่านั้น” ชัยณรงค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน