
"อาชีวะสร้างชาติ" ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการเปลี่ยนภาพลักษณ์และค่านิยมที่มีต่ออาชีวศึกษา
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการเปลี่ยนภาพลักษณ์และค่านิยมที่มีต่ออาชีวศึกษา เพราะถือว่าเป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
จึงได้กำหนดเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งทำคือ การสร้างค่านิยม “อาชีวะสร้างชาติ” แทน “ปริญญาตรีสร้างชาติ” ที่ต้องเห็นผลภายใน 3 เดือน เพื่อจูงใจให้คนเรียนต่อสายอาชีพมากขึ้น ดึงให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 60% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ตอบสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ
เมื่อได้รับโจทย์ใหญ่ขนาดนี้ ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) จึงต้องทำงานเชิงรุกมากกว่าเดิม แต่ก็ยอมรับว่าการที่จะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาให้ได้ 60% ตามเป้าที่ รมว.ศึกษาธิการคนใหม่กำหนด ค่อนข้างเป็นงานหิน เพราะปีที่ผ่านมาจำนวนผู้เรียนอาชีวะยังไม่กระเตื้องขึ้นนัก
ภายใน 3 เดือนจากนี้ไป สอศ.จะรณรงค์ให้สังคมเห็นว่าการเรียนสายอาชีพสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้ โดยผลิตแรงงานคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรม เมื่ออุตสาหกรรมเข้มแข็งก็จะเพิ่มศักยภาพแข่งขันของประเทศได้ผ่าน 3 โครงการหลัก คือ 1.โครงการเสริมสร้างค่านิยมอาชีวศึกษา ว่าเรียนอาชีวะแล้วสามารถทำงานเป็น มีงานทำ และมีความก้าวหน้าในอาชีพแน่นอน
2.โครงการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อลดปัญหาการทะเลาะวิวาท และ 3.โครงการอาชีวะอาสา สนับสนุนให้นักศึกษาร่วมโครงการจิตอาสา ทำประโยชน์ให้สังคม
นอกจากนี้จะยกระดับมาตรฐานหลักสูตรอาชีวะ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาชีวศึกษาอาเซียน โดยเพิ่มความร่วมมือกันในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ผนึกภาคเอกชนวางแผนผลิตกำลังคนร่วมกัน
ขณะที่บทบาทของภาคเอกชนในการร่วมจัดการศึกษาสายอาชีพ เพื่อได้บุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดแรงงานนั้น พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี หรือ “VChEPC” กล่าวว่า ได้รวมกลุ่มปิโตรเคมีตั้ง VChEPC โดยใช้ “ความต้องการ” เอกชนเป็นตัวกำหนดหลักสูตร ทำให้เมื่อเรียนจบแล้ว แรงงานสามารถทำงานได้ทันที เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้หลักสูตรนี้กับวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จ.ระยอง
สุรนุช ธงศิลา ผู้จัดการมูลนิธิซิเมนต์ไทย กล่าวว่า สิ่งที่ตลาดต้องการแท้จริงคือ ช่าง แต่นักศึกษาอาชีวะที่มีประมาณ 6 แสนคน ส่วนใหญ่ 70% เป็นสายพาณิชย์ฯ ทั้งนี้มองว่าการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับเอกชนและต้องคิดทุกอย่างให้เป็นระบบ
เมื่อทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมองเห็นปัญหาเดียวกัน และตั้งใจที่จะช่วยกันแก้จุดอ่อนนี้คงต้องติดตามดูว่า การผลักดันนโยบาย “อาชีวะสร้างชาติ” จะประสบความสำเร็จแค่ไหน







