posttoday
ปั้นสินค้าเกษตรเหนือเมืองหลวงออร์แกนิกเอเชีย

ปั้นสินค้าเกษตรเหนือเมืองหลวงออร์แกนิกเอเชีย

15 กันยายน 2557

แนวโน้มเกษตรแบบอินทรีย์ (ออร์แกนิก) กำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างน้อย 6 เท่า

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

แนวโน้มเกษตรแบบอินทรีย์ (ออร์แกนิก) กำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างน้อย 6 เท่า หรือมากกว่านั้น รวมทั้งตลาดโลกมีความต้องการสินค้าออร์แกนิกมากขึ้น โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐ ที่ใช้สินค้าออร์แกนิกทุกรายการสินค้า และยกเลิกใช้สารเคมีทั้งหมดแล้ว ดังนั้นเกษตรกรไทยต้องปรับเปลี่ยนมาปลูกแบบออร์แกนิก เพื่อสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย (คลัสเตอร์)

“ประนอม เฉินบำรุง” ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้วางเป้าหมายจะผลักดันให้ ผู้ประกอบการเกษตรกรในภาคเหนือตอนบนหันมาทำการเกษตรแบบอินทรีย์ เพราะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ หากเกษตรกรหันมาปลูกแบบออร์แกนิก ทำให้เกิดการสร้างอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ดี

การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเกษตรต้นน้ำหันมาทำการเกษตรแบบออร์แกนิกนั้น ได้เริ่มทำกับกลุ่ม ผู้ประกอบการปลูกชา ที่ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแหล่งปลูกชามากที่สุดในไทย มีผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ปัจจุบันสร้างเครือข่ายผู้ปลูกชาออร์แกนิกได้กว่า 21 ราย ซึ่งเป็นการปลูกแบบมาตรฐานและได้รับรองเครื่องหมายออร์แกนิกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งเครื่องหมายการค้า USDA ของสหรัฐ และยุโรป รวมถึงเครื่องหมาย OneCert Asia ที่ต่างประเทศนิยมใช้

ปัจจุบันชาออร์แกนิกของไทยสร้างราคาขายได้ 1,500-3,000 บาท จากราคาชาปกติ 500-800 บาท โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชา ดอยแม่สลอง หันมาปลูกชาออร์แกนิกนั้น ต้องใช้เวลานาน 5 ปี เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้าใจ พร้อมเปลี่ยนทำการเกษตร ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะเกษตรกรปลูกแบบใช้สารเคมีนานหลายปี จึงเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งเกษตรกรไทยคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีและถูกปลูกฝังว่าสารเคมีใช้งานง่าย ทั้งที่สารเคมีมีอันตรายสูงสุดต่อเกษตรกรและต่อผู้บริโภค

ในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการลำไยพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ให้มาปลูกออร์แกนิก โดยได้เริ่มปลูกมาประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ราคาขายลำไยอบแห้งออร์แกนิกสูงถึง 1,000 บาท ขึ้นไป จากราคาขายปกติ 400-500 บาท ลำไยสดออร์แกนิกมีราคาขาย 60 บาทขึ้นไป จากราคาขายปกติ 14-15 บาท รวมทั้งมีความต้องการซื้อสูงมาก จนผลิตสินค้าไม่พอกับความต้องการของตลาด

สำหรับปี 2558 กสอ.จะส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการเกษตรให้มาทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ทั้งเกษตรปลูกมะขามป้อม จำนวน 1,900 ไร่ จ.เชียงใหม่ ผู้ประกอบการปลูกดอกหญ้าหวาน ดอกเก๊กฮวย จำนวน 300 ไร่ จ.เชียงใหม่ ผู้ประกอบการไก่ไข่ ผู้ประกอบการเลี้ยงหมู ที่มีผู้ประกอบการเลี้ยงหมูรายใหญ่เตรียมลงทุน 1,000 ล้านบาท ปรับมาทำฟาร์มเลี้ยงหมูแบบออร์แกนิก จ.เชียงใหม่ กลุ่มผู้ปลูกชา กาแฟ จ.เชียงราย จำนวน 500 ไร่ กลุ่มผู้ปลูกข้าว พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ถั่วเหลือง จ.แม่ฮ่องสอน และกระเทียม จ.เชียงใหม่

มีเป้าหมายว่าจะสร้างผู้ประกอบการเกษตรพื้นที่ภาคเหนือหันมาทำออร์แกนิกทั้งหมด เพื่อสร้างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเป็นออร์แกนิก ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลดี ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการเกษตร ปรับมาทำออร์แกนิกทั้งหมด ท้ายที่สุดเกษตรกรจึงมีรายได้สูงขึ้น สินค้าออร์แกนิกของไทยมีความเป็น พรีเมียม มาตรฐานสูง ราคาสูงมาก ส่งผลให้ภาคเหนือเป็นศูนย์กลางสินค้าออร์แกนิกของเอเชีย และในระดับโลกต่อไป

“ดนุวัต เพ็งอ้น” ผู้อำนวยการสถาบันบริหารและตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นแหล่งรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรในภาคเหนือ ที่ได้มาตรฐานยุโรป สหรัฐ และมาตรฐานต่างๆ ทั่วโลก โดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังทำมหาวิทยาลัยออแกนิคส์อย่างครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยในปีหน้า

ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคเหนือ หันมาปลูกออร์แกนิก เพื่อรองรับตลาดส่งออก และผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น The kingdom of organic ให้สำเร็จ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่