posttoday
รู้เขา รู้เรา สู่เออีซี

รู้เขา รู้เรา สู่เออีซี

11 กันยายน 2557

หากกล่าวถึงกีฬาในประเทศอาเซียนแล้ว คอกีฬาทั้งหลายย่อมทราบดีว่าแม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแต่ละประเทศ ก็มีความถนัด ความชื่นชอบ และวัฒนธรรมทางกีฬาที่ต่างกัน ประเทศไทยคนก็จะนึกถึงกีฬามวยไทย ที่วันนี้โกอินเตอร์โด่งดังถึงระดับโลก หากเป็นประเทศลาวหลายคนอาจไม่รู้ว่าคนลาวนี่เป็นสุดยอดแห่งกีฬาพื้นบ้านลูกข่าง ส่วนประเทศอินโดนีเซียก็เป็นเลิศเรื่องกีฬาเคมโป คาราเต้ ซึ่งเป็นกีฬาที่เกิดจากการผสานระหว่างกีฬา 3 ประเภท คือ เทควันโด ยูโดและคาราเต้ เฉกเช่นเดียวกันผู้ประกอบการที่จะวิเคราะห์ตลาดประเทศอาเซียนก็ต้องรู้ว่าประเทศแต่ละประเทศมีพื้นฐานทางด้านต่างๆ อย่างไร ต้องมองทั้งมุมกว้างและมุมลึกถึงจะแข่งขันในภาวะการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนได้

หากกล่าวถึงกีฬาในประเทศอาเซียนแล้ว คอกีฬาทั้งหลายย่อมทราบดีว่าแม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแต่ละประเทศ ก็มีความถนัด ความชื่นชอบ และวัฒนธรรมทางกีฬาที่ต่างกัน ประเทศไทยคนก็จะนึกถึงกีฬามวยไทย ที่วันนี้โกอินเตอร์โด่งดังถึงระดับโลก หากเป็นประเทศลาวหลายคนอาจไม่รู้ว่าคนลาวนี่เป็นสุดยอดแห่งกีฬาพื้นบ้านลูกข่าง ส่วนประเทศอินโดนีเซียก็เป็นเลิศเรื่องกีฬาเคมโป คาราเต้ ซึ่งเป็นกีฬาที่เกิดจากการผสานระหว่างกีฬา 3 ประเภท คือ เทควันโด ยูโดและคาราเต้ เฉกเช่นเดียวกันผู้ประกอบการที่จะวิเคราะห์ตลาดประเทศอาเซียนก็ต้องรู้ว่าประเทศแต่ละประเทศมีพื้นฐานทางด้านต่างๆ อย่างไร ต้องมองทั้งมุมกว้างและมุมลึกถึงจะแข่งขันในภาวะการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนได้

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางกรุงศรีได้จัดกิจกรรมเสวนาความรู้เชิงลึกเรื่องการสร้างเครือข่ายขยายตลาดเออีซี (AEC) และออนไลน์ ในงาน “Krungsri Business Matching 2014” ประเด็นที่น่าสนใจจากการเสวนาของกูรูผู้เชี่ยวชาญจากกรุงศรี ล็อกซเล่ย์ (Loxley) และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีประสบการณ์บุกตลาดกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (CLMV) ก็คือ “การรู้เขารู้เรา”

ผมขอเริ่มด้วยการรู้เราก่อนนะครับ นั่นก็คือเราต้องหาจุดยืนที่ชัดเจนของเรา เราจะออกไปแข่งขันนอกประเทศไหม เราพร้อมหรือไม่ คู่แข่งเข้ามาเราจะต่อสู้กับเขาไหม อย่าลืมว่าถึงเราไม่ออกไป เขาก็เข้ามาอยู่ดี การรู้เขาก็คือนอกจากเราจะรู้ข้อมูลเออีซีในมุมกว้างแล้ว เราต้องรู้ลึกถึงแต่ละแง่มุมของแต่ละประเทศถึงจะรู้ว่าเราควรจับตลาดไหนอย่างไร เพราะแต่ละประเทศถึงจะมีความคล้ายก็ยังมีความต่าง

หากมองภาพกว้างใน 10 ประเทศอาเซียนนั้น อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใหญ่สุด มีประชากร 240 ล้านคน เป็นมุสลิม 90% เราจะสังเกตได้ว่า 1 ใน 3 ของประชากรอาเซียนเป็นมุสลิมและสินค้าที่จะเข้าไปขายในประเทศมุสลิมก็จะต้องมีตราฮาลาล ไม่ใช่แค่อาหารเครื่องดื่มแต่รวมไปถึงของใช้ต่างๆ ตลาดฮาลาลเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจมาก ส่วนพม่าก็น่าสนใจที่การเติบโตอย่างรวดเร็วก้าวกระโดด เป็นตลาดใหญ่อีกตลาดด้วยจำนวนประชากรใกล้เคียงประเทศไทย ส่วนเวียดนามนั้นเป็นตลาดค่อนข้างโตมากแล้วมีการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ หลากหลาย ส่วนลาวมีประชากร 67 ล้านคน เป็นตลาดค่อนข้างเล็กแต่ก็กำลังเติบโต ที่น่าสนใจก็คือวิถีทางการดำเนินชีวิตของคนลาวจะคล้ายๆ ไทย ส่วนกัมพูชานั้นมีประชากร 14 ล้านคน มีกำลังซื้อใช้ได้ เป็นตลาดที่น่าสนใจอีกตลาดหนึ่ง

ต่อมาเมื่อมองมุมลึกเราก็ต้องเข้าไปศึกษากฎระเบียบ ต้นทุน ระบบโลจิสติกส์และวิธีการนำเข้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เชี่ยวชาญของแต่ละประเทศ หรือการหาคู่ค้าที่เป็นบริษัทจัดจำหน่ายระหว่างประเทศ เพื่อวางแผนพัฒนาสินค้าและการจัดจำหน่ายให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศ ผู้ประกอบการต้องศึกษาตลาดเพื่อดูว่าสินค้าของเราจะตอบโจทย์หรือไม่ ทั้งในด้านรสชาติ ความชอบ รวมถึงศึกษากฎระเบียบของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร

เช่น การคุ้มครองผู้บริโภคในบางประเทศอาจการเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก เราต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาวางแผนเพื่อหาต้นทุน จุดนี้ เครื่องจักร เทคโนโลยีสัมพันธ์กันหมด บรรจุภัณฑ์ก็เป็นจุดที่ต้องใส่ใจเพราะเป็นภาพลักษณ์ด่านแรกที่ดึงดูดผู้บริโภคและช่วยป้องการสินค้าระหว่างขนส่ง บางครั้งอาจต้องมีซีลพิเศษป้องกันความชื้นระหว่างขนส่ง เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยนับว่าโชคดีที่สินค้าไทยค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าในยุโรป จีน หรือเออีซี ดังนั้นเราต้องช่วยกันรักษามาตรฐานให้ได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป และที่สำคัญก็คือการจัดสรรทรัพยากรและเงินทุนหมุนเวียน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ นี่ก็คือส่วนหนึ่งขององค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตลาดเออีซีของผู้ประกอบการไทย ขอให้ทุกท่านมีความเชื่อมั่นและตั้งใจ ก็จะสามารถใช้โอกาสครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสู่การเติบโตของธุรกิจของท่านได้ครับ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่