
สิงคโปร์แข่งหุ้นไทย
ลดซื้อขายขั้นต่ำเหลือ100หุ้นดูดรายย่อย
ลดซื้อขายขั้นต่ำเหลือ100หุ้นดูดรายย่อย
จี้ทุกหน่วยงานปรับกฎเอื้อดูดทุนนอกตลาดหุ้นสิงคโปร์ลดบอร์ดล็อต จาก 1,000 หุ้น เหลือ 100 หุ้น เท่า SET หวังรายย่อยเพิ่ม
ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ได้ประกาศปรับลดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้น (บอร์ดล็อต) จาก 1,000 หุ้น ลงเหลือ 100 หุ้นเท่ากับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป นับเป็นการสะท้อนภาพการปรับตัวของ SGX ภายหลังจากมูลค่าการซื้อขายของ SGX ต่ำกว่าตลาดหุ้นไทย
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ที่ระดับ 4.5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังคงสูงกว่า SGX ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันไม่ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
สาเหตุที่ทาง SGX ลดบอร์ดล็อต คาดว่าน่าจะเป็นไปเพื่อต้องการกระตุ้นการซื้อขายในส่วนของผู้ลงทุนรายบุคคล เพราะในระยะหลังสัดส่วนของผู้ลงทุนกลุ่มนี้ในทางตลาดหุ้นสิงคโปร์ลดลงโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ที่มีข่าวออกมาโดยตลอดว่าทางตลาดหุ้นสิงคโปร์มาชักชวนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทย ไปซื้อขายยังตลาดหุ้นสิงคโปร์นั้น นางเกศรา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีให้เห็นโดยตลอด แต่มองว่าความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยดีกว่า อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พีอี) ดีกว่า และธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีฐานลูกค้าอยู่ในประเทศไทย ทำให้มีความใกล้ชิดกับผู้ลงทุนมากกว่า
ด้าน นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวถึงการลดบอร์ดล็อตของ SGX ว่า คงทำเพื่อลดข้ออุปสรรคที่ทำให้การซื้อขายของ SGX ไม่คล่องตัว ถือเป็นการปรับจุดอ่อนภายหลังมูลค่าการซื้อขายไม่คึกคักเท่าที่ควร
ในความเห็นส่วนตัวมองว่าการลดบอร์ดล็อตของ SGX ในครั้งนี้ น่าจะมีส่วนช่วยให้การซื้อขายหุ้นของ SGX กระเตื้องขึ้นได้บ้าง แต่ทั้งนี้มองว่าแต่ละตลาดต่างมีเสน่ห์แตกต่างกันไป ในส่วนของตลาดหุ้นไทยมีจุดเด่นด้านผู้ลงทุนรายบุคคล และหุ้นมีความหลากหลายขนาดให้ผู้ลงทุนได้เลือกลงทุนตามความต้องการของผู้ลงทุนแต่ละกลุ่ม โดยมีหุ้นขนาดใหญ่ที่ผู้ลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึงการลงทุน ขณะเดียวกันมีหุ้นขนาดเล็กที่มีการเติบโตระดับสูง ซึ่งผู้ลงทุนรายบุคคลสามารถลงทุนได้
ข้อสำคัญ บจ.ในตลาดหุ้นไทยเป็นหุ้นที่มีธุรกิจในประเทศ ผู้ลงทุนสามารถสัมผัสธุรกิจ ทำให้ง่ายต่อการสร้างความเข้าใจในการลงทุน ขณะที่ตลาดหุ้น SGX เองกลับพบว่า สัดส่วน 40% ของ บจ.ที่จดทะเบียนอยู่ เป็นหุ้นต่างประเทศหรือมีกิจการในต่างประเทศ
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปรับตัวด้วยการลดบอร์ดล็อต ก็จะช่วยให้นักลงทุนบุคคลซื้อขายมากขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยมีจุดแข็งในเรื่องโครงสร้างของนักลงทุน โดยเฉพาะในส่วนบุคคลที่มีความสามารถในการลงทุนมากขึ้นอย่างชัดเจน รองรับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติได้เป็นอย่างดี
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องปรับตัว รองรับการแข่งขันของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ซึ่งเข้ามาหาสินค้าเข้าไปจดทะเบียนมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีแผนที่จะดึงบริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนได้โดยตรงมานานแล้วแต่ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน มีเพียงบริษัทโฮลดิ้งของไทยที่ออกไปทำธุรกิจในเพื่อนบ้านแล้วเข้ามาจด
นอกจากนั้น การออกไปลงทุนหรือต่างชาติเข้ามาลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินของไทยยังมีอุปสรรคจากกฎเกณฑ์เงินทุนเคลื่อนย้ายของ ธปท. ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีสินค้าหลายประเภท และปัจจัยพื้นฐานดีสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อีกมาก







