posttoday
The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

04 กันยายน 2557

The new MINI จัดเป็นรถอีก รุ่นที่น่าใช้รุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะกับสาวกพันธุ์แท้

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ MINI ภายใต้ชายคา บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งกว่า 10 ปีหลังการเปิดตัวเจเนอเรชั่น 1 ในปี 2001 MINI ยังคงยึดมั่นกับแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน และยังสืบทอดมาสู่ The new MINI ในเจน 3 ภายใต้แนวคิด The new Original ที่ยังคงความเป็นสปอร์ตคันเล็ก ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว และอารมณ์การขับขี่ในแบบ Go kart feeling ซึ่งถือเป็นรากเหง้าของ MINI มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในปี 1959 แต่ในเจน 3 ได้เพิ่มเติมความสดใหม่ลงไปในตัว The new MINI เป็นการเพิ่มทางเลือกในการขับขี่ให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายที่ขยายตัวกว้างขึ้น

คาดหมายกันว่า The new MINI จะช่วยผลักดันให้ยอดขาย MINI เติบโตยิ่งขึ้นไปอีกจากตัวโปรดักต์ใหม่ที่จะช่วยฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่ง แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็มองว่า นอกจากกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ หรือกลุ่มที่เป็น Pure MINI แล้ว The new MINI น่าจะเพิ่มลูกค้าในกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มคนสูงอายุที่ครั้งหนึ่งเคยอยากมี MINI ไว้ในครอบครองได้อีก แต่ยังยืนยันว่าการทำตลาดของ The new MINI จะยังคงไว้ซึ่งความเฉพาะตัวของ MINI เป็นจุดขายหลักอย่างเหนียวแน่น

เอาล่ะ มาดูกันหน่อยว่า The new MINI ในคอนเซ็ปต์ From the Original to the new Original มีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม

The new MINI เปิดตัวมาด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ MINI Cooper ตัวเล็กสุด MINI Cooper D เครื่องยนต์ดีเซล และ MINI Cooper S ตัวท็อปสุด พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo สามารถรีดกำลังได้เพิ่มขึ้น แต่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการสิ้นเปลืองพลังงานลงได้กว่า 27%

ที่ต้องพูดถึงคือ การนำเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มาใช้เป็นครั้งแรกในรุ่น MINI Cooper และ MINI Cooper D โดยรุ่น MINI Cooper ที่มีพลังขับเคลื่อน 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,250 รอบ/นาที และสามารถเพิ่มขีดจำกัดสูงถึง 230 นิวตัน-เมตร เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชั่นโอเวอร์บูสต์ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20.8 กิโลเมตร/ลิตร ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 112-109 กรัม/กิโลเมตร ราคา 2.19 ล้านบาท

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

ส่วน MINI Cooper S ให้พลังขับเคลื่อนถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร ที่สร้างแรงบิดสูงกว่า 280 นิวตัน-เมตร ที่รอบของเครื่องยนต์เท่ากัน และเพิ่มแรงบิดสูงสุดเป็น 300 นิวตัน-เมตร ด้วยโอเวอร์บูสต์ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 233 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 18.5 กิโลเมตร/ลิตร ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 125-122 กรัม/กิโลเมตร ราคา 2.84 ล้านบาท

ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลในรุ่น MINI Cooper D ก็เป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มีพลังขับเคลื่อน 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุดที่ 270 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 9.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 204 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 26.3 กิโลเมตร/ลิตร ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 99-98 กรัม/กิโลเมตร ราคา 2.44 ล้านบาท

ส่วนรูปโฉมภายนอกที่ยังคงรูปแบบเฉพาะของ MINI แต่มีตัวที่ใหญ่ขึ้นเล็กๆ จากขนาดที่เพิ่ม ทั้งความยาวตัวรถที่เพิ่มขึ้น 98 มิลลิเมตร ความกว้างเพิ่มขึ้น 44 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 7 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 28 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อด้านหน้าเพิ่มขึ้น 42 มิลลิเมตร และด้านหลัง 34 มิลลิเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ช่องเก็บสัมภาระที่กระโปรงหลังเพิ่มความจุมากขึ้น 51 ลิตร รวมเป็น 211 ลิตร

ขณะที่ดีไซน์ภายในด้วยการออกแบบในแนวร่วมสมัยที่ยังกลิ่นอายของความเป็น MINI ที่โดดเด่น และที่มีการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผลและคอนเซ็ปต์การทำงานรูปแบบใหม่ บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัดดีไซน์วงกลมสไตล์มินิแสดงผลความเร็ว อัตราเร่ง และปริมาณน้ำมัน โดยหน้าปัดวัดความเร็วแสดงผลในรูปแบบสี ซึ่งบอกสถานะของเครื่องยนต์ได้อีกด้วยสาระความบันเทิง และการเชื่อมต่อ MINI Connected

มาถึงการขับขี่จากที่ได้สัมผัสกับเจ้า MINI Cooper S ซึ่งเป็นตัวท็อปสุดของ MINI เจน 3 ต้องยอมรับเลยว่า เจ้าสปอร์ตคันเล็กตัวนี้ ยังคงความดุดันในสไตล์ Go kart feeling ในยามที่ปรับ Mode ขับขี่เป็นแบบสปอร์ต ช่วงล่างยังคงเอกลักษณ์ความหนึบ แน่น และกระด้างในแบบสปอร์ต กำลังแรงม้าล้นเหลือในจังหวะเร่งแซงไม่มีปัญหา สามารถเรียกใช้ได้อย่างทันอกทันใจ ด้วยช่วงล่างที่แน่นหนึบทำให้จังหวะการเข้าโค้งทำได้อย่างมั่นใจหายห่วงในทุกสปีดในการขับขี่บนท้องถนนปกติ

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

จุดเด่นของ The new MINI เจนฯ นี้ คือ การปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น แตกต่างจาก 2 เจนฯ ที่ผ่านมาที่ยังคงความเป็น Go kart feeling เต็มรูปแบบ แต่สำหรับ The new MINI เพิ่มทางเลือกให้กว้างขึ้นในการขับขี่แบบ Mid Mode ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับสาวๆ ผู้หลงใหลใน MINI ที่ต้องการความนิ่มนวลในการขับขี่ แต่ถ้ายังต้องการความเป็น MINI ขนานแท้ ก็ยังสามารถทำได้ด้วยการกลับไปที่ Sport Mode MINI ต้นฉบับจะกลับคืนมาในทันที

นอกจากนี้ใน MINI Cooper S ยังมีฟังก์ชั่นไดนามิกแดมเปอร์คอนโทรล หรือระบบปรับความนุ่มนวลของโช้กอัพอัตโนมัติเป็นครั้งแรก โดยเลือกปรับความนุ่มนวลขณะขับได้ 2 สไตล์ โดยเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมตามความชอบและสไตล์การขับขี่ ที่เพิ่มทางเลือกในการขับขี่ได้มากขึ้น ขณะที่อัตราความสิ้นเปลืองจากการทดสอบจาก กทม.-ชะอำ ชนิดจัดเต็มๆ อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 12-13 กิโลเมตร/ลิตร ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่พอใช้ได้

คงต้องบอกว่า The new MINI จัดเป็นรถอีก รุ่นที่น่าใช้รุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะกับสาวกพันธุ์แท้ของ MINI แต่ถ้าถามว่า The new MINI รุ่นไหนคุ้มค่าตัวสำหรับ การขับขี่ในชีวิตประจำวันที่สุด ก็ต้องชี้ไปที่ MINI Cooper สนนราคา 2.19 ล้านบาท เหมาะสมด้วยประการ ทั้งปวง

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

 

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

 

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

 

The new MINI สปอร์ตคันเล็ก เพื่อเธอ

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน