
กระทุ้งต่อของบ6,000ล้าน
สอท.พร้อมลุยเสนอแผนรัฐบาลใหม่หวังเจียดภาษี1%ช่วยเอสเอ็มอี
สอท.พร้อมลุยเสนอแผนรัฐบาลใหม่หวังเจียดภาษี1%ช่วยเอสเอ็มอี
ส.อ.ท.กระทุ้งรัฐบาลเพิ่มงบช่วยเอสเอ็มอีให้ได้ 6,000 ล้านบาท/ปี ยันขึ้นภาษีดีเซลกระทบเล็กน้อยไม่กระทบราคาสินค้าเอสเอ็มอี ปรับขึ้นราคา คาดคงที่จนถึงสิ้นปีนี้
นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์และแผนส่งเสริม ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เร่งด่วน ในปี 2558 รวม 13 โครงการ วงเงิน 726 ล้านบาท ที่ผ่านการเห็นชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ)
ทั้งนี้ อยากเสนอต่อให้รัฐบาลชุดใหม่เพิ่มเงินงบประมาณในการพัฒนาเอสเอ็มอีในสัดส่วน 1% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลในทุกปี หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในหลายประเทศได้จัดสรรงบอย่างน้อย 1.2% ของจีดีพี อาทิ เกาหลีใต้ ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศดังกล่าวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และแข็งแกร่งพอในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐเพิ่มงบพัฒนาเอสเอ็มอีต่อเนื่อง ภายใน 5 ปี จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจะแข็งแกร่ง มีขนาดใหญ่มากขึ้นจากระดับขนาดเล็ก (ไซส์เอส) กลายเป็นขนาดกลาง (ไซส์เอ็ม) และขนาดใหญ่ (ไซส์แอล) ทำให้เอสเอ็มอีไทยมีการเติบโตมากขึ้น และ มีโอกาสสร้างรายได้ถึง 50% ของจีดีพี รวมทั้งสามารถพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้ในระดับใกล้เคียงกับเอสเอ็มอีของประเทศมาเลเซีย ที่พัฒนาก้าวหน้าไปกว่าประเทศไทยแล้ว
สำหรับการที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ได้มี ทั้งนี้การเพิ่มงบประมาณพัฒนาเอสเอ็มอี ในสัดส่วน 1% ของภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้มีงบประมาณสนับสนุนเอสเอ็มอีในทุกปีและเป็นแผนพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในต่างประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ ใช้งบประมาณสนับสนุนเอสเอ็มอี ในสัดส่วน 1.2% ของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) หรือไม่ต่ำกว่าปีละหลายแสนล้านบาท เพราะเห็นความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้เอสเอ็มอีของเกาหลีใต้เติบโต และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลจัดกลุ่มเอสเอ็มอีเป็น 18 คลัสเตอร์ทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกเอสเอ็มอีกลุ่มที่เป็นดาวรุ่ง (แชมเปี้ยน) เพื่อนำมาพัฒนาสร้างธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอีกทั้ง ได้เสนอให้ภาครัฐ มีการวางนโยบายให้ใช้งบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐในสัดส่วน 30% ต้องเป็นการซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศ เหมือนกับประเทศสหรัฐ ที่มีนโยบายส่งเสริมธุรกิจรายย่อยในประเทศรูปแบบดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาเอสเอ็มอีดังกล่าว อาจจะนำเสนอผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อพิจารณาในระยะต่อไป
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า การที่รัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน แต่ไปเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซลนั้น เบื้องต้นไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยมากนัก เพราะภาษีน้ำมันดีเซลมีการปรับขึ้นเพียงเพิ่มเล็กน้อย จึงไม่มีผลทำให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างไร โดยคาดว่าแนวโน้มจนถึงสิ้นปีนี้ราคาสินค้าของเอสเอ็มอีคงที่







