
ผลผลิตอุตฯเดือนก.ค.ติดลบ5.2%
ผลผลิตอุตฯติดลบต่อเนื่อง16เดือน ล่าสุด ก.ค. ยังทรุดต่อ 5.2% ชี้ 2 อุตสาหกรรมหลักฉุดรถยนต์ ปิโตเคมี จ่อลดประมาณการจีดีพีอุตสาหกรรมปลายปี
ผลผลิตอุตฯติดลบต่อเนื่อง16เดือน ล่าสุด ก.ค. ยังทรุดต่อ 5.2% ชี้ 2 อุตสาหกรรมหลักฉุดรถยนต์ ปิโตเคมี จ่อลดประมาณการจีดีพีอุตสาหกรรมปลายปี
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนก.ค. 2557 อยู่ที่ 165.1 ติดลบ 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 โดยเป็นการติดลบต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 16 นับแต่เดือนเม.ย. 2556 เป็นต้นมาก แต่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าการลดลบเริ่มลดลงมาอยู่ที่ 2.2% ประกอบกับสินค้าคงคลัง หรือสต๊อกของสินค้าสำเร็จรูปเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ระยะต่อไปการผลิตจะปรับตัวดีขึ้น
“แม้ระยะนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการจะดีขึ้นแต่การผลิตยังติดลบคาดว่าเป็นผลจากภาคธุรกิจยังคงขายสินค้าจากสต๊อกเดิม เมื่อสต๊อกเริ่มลดลงแล้วการผลิตใหม่ก็จะกลับมา” นายสมชายกล่าว
ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า แม้แนวโน้มการผลิตตั้งแต่เดือน ส.ค. จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 7 เดือนที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่าในภาคการส่งออกที่ยังเป็นลบ โดยในเดือน ก.ค. ก็กลับมาติดลบหลังเป็นบวกได้ในเดือนมิ.ย. เพียงเดือนเดียว ประกอบกับการบริโภคในประเทศที่ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาดอาจด้วยกำลังซื้อประชาชนอยู่ในระดับต่ำราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ดีขึ้นนี้ ทำให้ สศอ. เตรียมจะปรับลดประมาณการทั้งจีดีพีอุตสาหกรรมและเอ็มพีไอปีนี้ลงในช่วงปลายไตรมาส3 หรือต้นไตรมาส4 นี้ จากประมาณการเดิมที่ 1-2% และ 1.5-2% ตามลำดับ
นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดข้อมูลผลผลิตอุตสากรรมเดือน ก.ค. 2557 นั้น สัดส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 60.09% สำหรับรายละเอียดรายอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ การผลิตติดลบ 24.89% เมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงจากความต้องการของตลาดในประเทศเป็นหลัก อันเป็นผลมาจากการที่อุปสงค์ถูกดึงไปใช้ในปีก่อนหน้านี้แล้วจำนวนมากจากนโยบายรถยนต์คันแรก
ในขณะที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตเพิ่มขึ้น 5.03% หลักๆ เป็นผลบวกจากอิเล็กทรอนิกส์ 7.40% โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ Monolithic IC Other IC ส่วน ฮาร์ดดิสไดรฟ์ ได้เริ่มย้ายคำสั่งซื้อกลับมาผลิตในประเทศไทยมากขึ้นหลังการเมืองในประเทศดีขึ้นส่งผลต่อความเชื่อมั่น
แต่กลุ่มไฟฟ้าการผลิตลดลง 4.75% โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลง คือ เครื่องปรับอากาศและคอมเพรสเซอร์ เนื่องจากมีการจำกัดการใช้สารทำความเย็น R22 ผู้ผลิตอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อรองรับสารทำความเย็นใหม่ ทำให้การผลิตชะลอตัวลง แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอื่นๆ ดีขึ้น เช่น ตู้เย็น พัดลม กระติกน้ำร้อน และหม้อหุงข้าว เนื่องจากตลาดในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
นายสมชาย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปรากฏว่าความต้องการใช้เหล็กเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.28% หรือเพิ่มขึ้น 1.42 ล้านตัน แต่การผลิตยังคงลดลง 11.43% โดยในส่วนของเหล็กทรงยาว การบริโภคและการผลิตลดลงเล็กน้อยหลังจากเมื่อเดือนก่อนมีการเร่งผลิตเพื่อชดเชยสต๊อกที่หายไป ถึงแม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการเอดี ในส่วนของเหล็กลวด แต่ยังมีเหล็กเส้นสำเร็จรูปล้นตลาดในจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การผลิตในกลุ่มเส้นใยสิ่งทอฯ ติดลบ 9.09% และอุตสาหกรรมอาหาร เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.6% ตามการผลิตผลิตภัณฑ์ประมงและผักผลไม้ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับการประเมินเศรษฐกิจในระยะถัดไปนั้น คาดว่าการที่การเมืองที่เข้าสู่ภาวะปกตินี้จะทำให้การใช้จ่ายภาครัฐกลับมาดำเนินการได้เต็มที่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศเริ่มฟื้นตัว ส่วนการส่งออกในภาพรวมเพิ่มขึ้น 3.4% เนื่องจากได้รับผลดีจากการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศผู้นำเข้า เช่น สหรัฐฯ ยุโรป แต่ปัจจัยในยุโรปก็ยังไม่มีความแน่นอน ต้องติดตามการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างยูเครน รัสเซียและประเทศสมาชิกยุโรปเอง







