posttoday
ปรับกฏเอื้อข้ามแดนสะดวกกระตุ้นเที่ยวไทยเชื่อมอาเซียน

ปรับกฏเอื้อข้ามแดนสะดวกกระตุ้นเที่ยวไทยเชื่อมอาเซียน

28 สิงหาคม 2557

ด้วยความได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้ง พร้อมเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับมีจุดเด่น ด้านของการท่องเที่ยว

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ด้วยความได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้ง พร้อมเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับมีจุดเด่น ด้านของการท่องเที่ยว ส่งผลให้ไทยกลายเป็นประเทศเป้าหมายในการเดินทางท่องเที่ยวอันดับต้นๆ

เพื่อให้ได้ประโยชน์จากประชาคมอาเซียนอย่างสูงสุด จึงมีการวิจัยภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า ทำอย่างไรจึงจะยกระดับการท่องเที่ยวของไทยให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการรวมกลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน

ศรัณยา บุนนาค อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีนำเสนอผลการวิจัยเรื่องการยกระดับการท่องเที่ยวใน5 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซียมาเลเซียไทย (IMTGT) ว่า สิ่งแรกที่จะต้องทำเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปตามกรอบความร่วมมือที่วางไว้นั้น คือ จะต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

รวมทั้งต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในอาเซียน และในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนให้เกิดความสะดวกต่อการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงด้านการคมนาคมขนส่ง รถยนต์นำเที่ยว มัคคุเทศก์หรือไกด์นำเที่ยว พิธีการทางศุลกากร และการตรวจคนเข้าเมือง

ขณะเดียวกัน ก็ต้องทบทวนบทบาทและมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ และบูรณาการบทบาทขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ให้มีความชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งด้านนโยบายและการบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ ศักยภาพที่จะพัฒนาวงจรธุรกิจการท่องเที่ยวร่วมกันสามประเทศตามกรอบการพัฒนานั้น สามารถทำร่วมกันได้ทั้งทางบกคือ เส้นทางมะละกาปีนังปัตตานีสงขลา เส้นทางเรือ คือ เมดานปีนังลังกาวีตะรุเตาหลีเป๊ะ และเส้นทางอากาศ คือ หาดใหญ่ปีนังเมดาน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้แต่จากเหตุการณ์ความสงบในพื้นที่ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ยอดนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวที่ไหลเข้าพื้นที่ลดลง

ขณะที่เส้นทางการท่องเที่ยวอีกเส้นทางที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ คือ เส้นทางการท่องเที่ยว R3A ที่สามารถเชื่อมโยงกันระหว่างไทยลาว และจีนตอนใต้ โดย ธนวัต ลิมป์พาณิชย์กุล อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ฉายภาพให้เห็นถึงศักยภาพของเส้นทางการท่องเที่ยวดังกล่าวว่า เป็นเส้นที่มีการขยายตัวทางการค้าการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่สูงขึ้นทั้งในลาวและไทย

ตามเส้นทางดังกล่าวนั้น ในส่วนของไทยเมืองที่ถูกมองเป็นเป้าหมายของการสร้างโอกาสในการพัฒนาคือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่เชื่อมกับเมืองห้วยทรายสปป.ลาว และยังเชื่อมโยงไปยัง จ.เชียงใหม่ ขณะเดียวกันจีนตอนใต้ (คุนหมิง) ก็มีการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวลงมาให้เชื่อมโยงกัน ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นในด้านของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวแบบอิสระ (เอฟไอที)

ทั้งนี้ จากการศึกษาความร่วมมือในห่วงโซ่การพัฒนาบนเส้นทาง R3A พบว่า สามารถทำได้ใน 2 ระดับ คือ 1.ความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ แบบไตรภาคี เช่น ทำความร่วมมือในการเปิดด่านผ่านแดนระหว่างกันมากขึ้น ร่วมมือกันในการแก้ไขและกำหนดนโยบาย กฎระเบียบ หรือหามาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งพัฒนาแรงงานและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน

2.ความร่วมมือในระดับเอกชนต่อเอกชน คือ การออกแบบการท่องเที่ยวกับลูกค้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องร่วมกัน เพิ่มความหลากหลายของแพ็กเกจการท่องเที่ยวให้มีหลายระดับราคา เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยว ร่วมมือกันในการกำหนดอัตราค่าบริการนำเที่ยวให้เป็นมาตรฐาน รวมทั้งกระจายการท่องเที่ยวสู่พื้นที่เมืองรอง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นซึ่งเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนาคือ เชียงใหม่แพร่น่านอุตรดิตถ์ แล้วโยงเข้าเมืองไชยบุรี สปป.ลาว

การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวของไทยแล้ว ยังเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่