
คลังชง4ยุทธศาสตร์หลักรับเปิดเออีซี
คลังชง 4 ยุทธศาสตร์รับเออีซี เน้นพัฒนาโครงสร้างภาษี โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขีดแข่งขัน
คลังชง 4 ยุทธศาสตร์รับเออีซี เน้นพัฒนาโครงสร้างภาษี โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขีดแข่งขัน
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านการเงินและการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบ 4 ยุทธศาสตร์ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แบ่งเป็นการตลาดและฐานการผลิตของอาเซียนร่วมกัน การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเสมอภาค และการบูรณาการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ก่อนเสนอยุทธศาสตร์ให้ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่เออีซีรับทราบในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน
ทั้งนี้ การค้าระหว่างประเทศเตรียมเชื่อมโยงกันทั้งด้านการค้าและการเงิน เพื่อเสริมสร้างให้อาเซียนเป็นฐานการผลิตร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างทางภาษี โดยเตรียมเดินหน้า 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ 6 ด่านชายแดน และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ในส่วนของการบูรณาการอาเซียนเข้ากับเศรษฐกิจโลก เพื่อเพิ่มความเป็นปึกแผ่นมีอำนาจในการเจรจาต่อรองกับเวทีโลกได้
นายรังสรรค์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำให้ขณะนี้คือ สร้างการค้าระหว่างประเทศจะเชื่อมโยงกันทั้งด้านการค้าและการเงิน เพื่อเสริมสร้างให้อาเซียนเป็นฐานการผลิตร่วมกัน รวมถึงพัฒนาโครงสร้างภาษีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและพัฒนาให้แข่งขันได้ในอาเซียน โดยกระทรวงการคลังดูในเรื่องด้านภาษี หนังสือผ่านแดน การตั้งบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะได้สิทธิภาษีอย่างไร
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ส่วนนโยบายการเติบโตด้านเศรษฐกิจแบบสีเขียวนั้น ได้เตรียมพร้อมทั้งการคลังและด้านอื่นๆ เพื่อให้ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจพร้อมรองรับการแข่งขันในรูปแบบการเติบโตแบบอนุรักษ์ความเป็นห่วงสิ่งแวดล้อม จึงต้องใช้กฎหมายภาษีสิ่งแวดล้อมออกมาควบคู่กันไปด้วย โดยขณะนี้ สศค.กำลังศึกษากฎหมายดังกล่าว เพื่อเตรียมเสนอ คสช.พิจารณา







