
ต้องเข้ม
เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผมเพิ่งเดินทางกลับจากการไปเยือนจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น มาเมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักข่าวหลายแห่งของญี่ปุ่น เช่น ANN News ของช่องทีวีอาซาฮี FNN News ของช่องฟูจิทีวี ก็รายงานเรื่องชาวไทยที่ไปเยือนจังหวัดชิบะ เหตุที่รายงานเพราะไม่ใช่การไปเยือนธรรมดา แต่เป็นการไปเยือนด้วยสภาพ “เมาแล้วขับ” จนเป็นเหตุให้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผมเพิ่งเดินทางกลับจากการไปเยือนจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น มาเมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักข่าวหลายแห่งของญี่ปุ่น เช่น ANN News ของช่องทีวีอาซาฮี FNN News ของช่องฟูจิทีวี ก็รายงานเรื่องชาวไทยที่ไปเยือนจังหวัดชิบะ เหตุที่รายงานเพราะไม่ใช่การไปเยือนธรรมดา แต่เป็นการไปเยือนด้วยสภาพ “เมาแล้วขับ” จนเป็นเหตุให้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
ผู้เสียชีวิตคือ ยูคิฮิโตะ อันจู อายุ 18 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บคือ ยูกะ อะริตะ อายุ 20 ปี ล่าสุด ผู้ต้องสงสัยชาวไทย คือ สุนันทา แสงนวล อายุ 51 ปี ได้รับแจ้งข้อหา 3 ข้อหา ได้แก่ 1.ไม่มีใบขับขี่ 2.ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และ 3.เมาแล้วขับ โดยสุนันทายอมรับข้อกล่าวหาแล้ว
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก เนื่องจากการเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบ้านเขา ขณะเดียวกันก็สะเทือนใจชาวไทยด้วย เพราะเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความไร้ระเบียบวินัยของคนไทยบางส่วนที่ชอบใช้ชีวิตแบบสบายๆ ถือคติ “ทำผิดก็หยวนๆ” จนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน บาดเจ็บ และเสียชีวิต
จากรายงานสถานะความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลก 2013 ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความเข้มข้นในการบังคับใช้ “กฎหมายเมาแล้วขับ” อยู่ในระดับ 8 จากทั้งหมด 010 ระดับ โดยห้ามผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 30 มิลลิกรัม ขับรถ ซึ่งถือว่าเข้มงวดมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน
เมื่อไปดูสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของญี่ปุ่น จึงพบว่า สัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์มีเพียง 6% เท่านั้น
ขณะที่ในกลุ่มอาเซียน เชื่อหรือไม่ครับว่า แชมป์เมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตคือ ลาว โดยมีสัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ถึง 50% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมด และลาวได้ระดับคะแนนความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายในระดับ 3 เท่านั้น
ส่วนไทยของเราก็ไม่น้อยหน้าครับ เราคว้ารองแชมป์ไปครอง ด้วยสัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ถึง 26% ซึ่งหมายความว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่ตายบนท้องถนนล้วนมีสาเหตุมาจากมีผู้เมาแล้วขับทั้งสิ้น
เราได้คะแนนการบังคับใช้กฎหมายจากดับเบิ้ลยูเอชโอในระดับ 5 ต่ำกว่าสิงคโปร์และบรูไน ซึ่งได้คะแนนถึงระดับ 9 และมีสัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เพียง 11% และ 9% ตามลำดับ ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศอนุญาตให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ถึง 80 มิลลิกรัม
สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ากฎหมายบ้านเราควบคุมเข้มงวดในระดับหนึ่งแล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็งทำให้คนไม่เกรงกลัว สถิติการเสียชีวิตเพราะแอลกอฮอล์จึงเยอะกว่าชาวบ้านเกือบทั้งอาเซียน
หลายครั้งเวลามีตำรวจตั้งด่านตรวจจับเป่าแอลกอฮอล์ ผู้เมาแล้วขับทั้งหลายมักตั้งชื่อตำรวจเหล่านี้ว่าพวกรีดไถ พวกขูดรีดประชาชน หาเรื่องหลบหลีก ชวนตำรวจช่วยกันหยวนๆ ตลอดเวลา วันนี้ผมอยากบอกคุณตำรวจว่าไม่ต้องสนใจคำเรียกเหล่านั้นหรอกครับ
ชีวิตใครก็ตามไม่ควรต้องไปเสี่ยงกับความไม่รับผิดชอบของคนเมาแล้วขับเหล่านี้ จับได้จับเลยครับ เอาให้เข็ดจนกว่าจะรู้คุณค่าชีวิตของคนอื่น







