
ลุ้นกองทุนแบงก์รัฐ
รอสนช.คลอดด่วนกม.ปฏิรูปเศรษฐกิจอุ้มแผนฟื้นฟูลดเบียดเบียนภาษีประชาชน
รอสนช.คลอดด่วนกม.ปฏิรูปเศรษฐกิจอุ้มแผนฟื้นฟูลดเบียดเบียนภาษีประชาชน
ลุ้น สนช. ผ่านกองทุนพัฒนาแบงก์รัฐ อุ้มธนาคารมีปัญหา
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปแล้วนั้น จะเป็นร่างกฎหมายเศรษฐกิจฉบับแรกๆ ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเป็นแหล่งเงินสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะปัจจุบันที่กำลังมีการเร่งแก้ปัญหาการเงินของธนาคารรัฐหลายแห่ง ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยไม่ให้เป็นภาระกับงบประมาณแผ่นดินและภาษีประชาชน
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็น 1 ใน 12 ร่างกฎหมายเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้ โดย สนช.จะเริ่มเปิดสมัยประชุมนัดแรกในวันที่ 21 ส.ค.นี้ โดยมีวาระเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนจะประชุมอีกครั้งเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญๆ ในวาระถัดไป โดยอาจเริ่มพิจารณาได้เร็วสุดในวันที่ 22 ส.ค.นี้
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังคงมีเนื้อหาหลักเหมือนกับที่เคยเสนอรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญคือ ให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งจะเรียกเก็บเงินจาก4 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ตามที่ รมว.คลัง ประกาศ แต่ไม่เกิน 1% ของยอดเงินที่ได้รับจากประชาชน
สำหรับเงินของกองทุนจะถูกนำไปใช้ได้ในกรณีเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งรวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ไม่ได้ส่งเงินเข้ากองทุนด้วย โดยสามารถนำไปใช้ในโครงการตามมติของคณะรัฐมนตรี นำไปใช้พัฒนาระบบสถาบันการเงิน รวมถึงให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกู้ยืม เนื่องจากในอนาคตนั้นกระทรวงการคลังจะมีการเสนอแก้กฎหมายกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ให้มีอำนาจในการเข้าไปดูแลสถาบันการเงินที่มีปัญหา
ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะมีปลัดกระทรวงการคลังดำรงตำแหน่งเป็นประธาน ขณะที่การใช้เงินของกองทุนฯ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ โดยการเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณาและส่งให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ถึงจะสามารถใช้เงินของกองทุนได้
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีผลบังคับใช้ จะทำให ้การเพิ่มทุนของธนาคารรัฐไม่เป็นภาระงบประมาณอีกต่อไป จากปัจจุบันที่คลัง ต้องเข้าอุ้มกรณีที่เกิดปัญหา เพราะจะสามารถใช้เงินจากกองทุนได้ โดยเฉพาะการเพิ่มทุนให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และไอแบงก์ ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูฐานะและต้องใช้เงินเพิ่มทุนในอนาคตอีกจำนวนมาก ซึ่งเอสเอ็มอีแบงก์นั้นได้เสนอแผนฟื้นฟูกิจการโดยขอเพิ่มทุนจากคลังไป 2,000 ล้านบาท







