
“เดอะ รัก คอมพานี”พรมวิเศษสร้างรายได้
การขี่พรมวิเศษเหาะได้คงเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางของ คริสโตเฟอร์ ชาร์พ
โดย...ชาลินี ลงกานี
การขี่พรมวิเศษเหาะได้คงเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางของ คริสโตเฟอร์ ชาร์พ ผู้ซึ่งเปลี่ยนงานอดิเรกเดินตลาดนัดในซาอุดิอาระเบียให้กลายเป็นธุรกิจสร้างกำไรสูงลิบลิ่ว
ชาร์พ และภรรยา ซูซาน เริ่มก่อตั้งบริษัท “เดอะ รัก คอมพานี” ในปี 1997 โดยจำหน่ายพรมที่ถักทอด้วยมืออย่างประณีต ซึ่งราคาก็ทะยานสูงไปตามคุณภาพด้วย นั่นคืออยู่ที่ 2,0008,000 ปอนด์ แล้วแต่ขนาด หรือหากต้องการสั่งแบบพิเศษเพิ่มลูกเล่นแสนอลังการก็อาจจะต้องจ่ายสูงถึงหลายหมื่นปอนด์
หลายคนคงคิดว่าราคาสูงขนาดนี้จะมีใครยอมควักกระเป๋าซื้อบ้าง ทว่า เดอะ รัก คอมพานี กลับมีลูกค้าระดับวีไอพีมาอุดหนุน ไม่ว่าจะเป็น บิล เกตส์ คาเมรอน ดิแอซ หรือเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษอย่าง เดวิด คาเมรอน ยังติดใจมาซื้อด้วยหลายครั้ง
สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับพรมของ ชาร์พ คือ ดีไซเนอร์ที่มาออกแบบให้นั้นต่างเป็นชื่อที่คุ้นหูในวงการแฟชั่นระดับโลกทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น พอล สมิธ วิเวียน เวสต์วูด และ อเล็กซานเดอร์ แมกควีน “เนื่องจากเราทำงานกับนักออกแบบเหล่านี้ จึงได้ชิ้นงานที่สดใหม่เสมอ ไม่มีใครคนอื่นที่มีพรมสไตล์โมเดิร์นแบบเราอีกแล้วในอังกฤษ” ชาร์พ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ชาร์พ บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจวางแผนจะให้ดีไซเนอร์มือฉมังมาเป็นผู้ออกแบบพรมของบริษัทให้ตั้งแต่แรก แต่ทุกอย่างเป็นความบังเอิญที่ประจวบเหมาะ โดย ชาร์พ ยกตัวอย่างว่าระหว่างเดินเลือกซื้อเสื้ออยู่ในร้านของ พอล สมิธ ก็เผอิญได้เจอกับเจ้าของตัวจริงเสียงจริง และพูดคุยกันถูกคอจนร่วมสานต่อธุรกิจด้วยกัน
แรงบันดาลใจในการก่อตั้งบริษัทเองก็เริ่มต้นมาจากงานอดิเรกที่ใช้ฆ่าเวลา ชาร์พและภรรยา ชอบเดินเลือกซื้อพรมในซาอุดิอาระเบีย ในช่วงที่ ชาร์พต้องไปทำงานถ่ายภาพยนตร์ที่นั่น จากนั้นความชอบก็เปลี่ยนมาเป็นการค้า แรกเริ่มก็ขายในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต่อมาก็ขยับขยายกิจการจนใหญ่โตกลายเป็นที่รู้จักในวงคนดังและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก
แต่ก่อนจะประสบความสำเร็จได้ คริสโตเฟอร์ และ ซูซาน ต้องทำการสำรวจตลาดในประเทศอังกฤษบ้านเกิดกันพอสมควร จนได้พบว่าร้านค้าในชุมชนส่วนใหญ่มักเป็นร้านที่ตั้งราคาลดก่อนปิดร้านไว้มากถึง 90% หรือไม่ยอมเปิดเผยราคา และนั่นเป็นสิ่งที่ ชาร์พอยากจะเปลี่ยน
ทั้งสองสามีภรรยาตัดสินใจใช้เงินเก็บมาเปิดร้านแรกในย่านเชสซี เมืองลอนดอน โดยติดป้ายราคาที่พรมทุกผืน และมุ่งเน้นการบริการระดับ 5 ดาว โดยเงินส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปกับการโฆษณา
“ชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งเดินทางมาที่ร้านหลังจากเห็นโฆษณาใหญ่ 2 หน้าเต็มในนิตยสาร แต่สีหน้าดูผิดหวังที่เห็นร้านเล็กนิดเดียว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เราอยากทำ เราอยากให้สินค้าใหญ่กว่าแบรนด์” ชาร์พ ยืนยันอย่างมุ่งมั่น
กว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องมีการลองผิดลองถูกกันอยู่หลายหน ในตอนแรกนั้นทางร้านตั้งใจจะสต๊อกพรมพื้นเมืองเอาไว้ แต่พอมีคนบอกว่าเหมือนกับที่บ้านคุณปู่เลย เจ้าของเดอะ รัก คอมพานี ก็ตัดสินใจเปลี่ยนทางเดิน โดยเลือกที่จะใช้การออกแบบที่ทันสมัย ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้พรมของครอบครัวชาร์พขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ในปัจจุบัน พรมของชาร์พถูกถักทอในเนปาล โดยพรม 1 ผืน ใช้เวลาถึง 4 เดือน และคนถึง 20 คนในการทอ แต่คุณภาพที่เต็มปรี่นั้นสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 22.4 ล้านปอนด์ให้กับเดอะ รัก คอมพานี และขยายสาขาไปอีกมากถึง 22 สาขาทั่วโลก







