
ล้มประมูลเอพีพีเอส
หลังคตร.มีคำสั่งยกเลิกร่างทีโออาร์เมฆินทร์กุมขมับรื้อโครงการใหม่ยกยวง
หลังคตร.มีคำสั่งยกเลิกร่างทีโออาร์เมฆินทร์กุมขมับรื้อโครงการใหม่ยกยวง
คตร.ล้มประมูลระบบคัดกรองผู้โดยสาร เหตุจ่ายส่วนแบ่ง ตม.ขัด พ.ร.บ.การเงินการคลัง
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ได้รับทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธาน มีคำสั่งให้ยกเลิกร่างทีโออาร์ในการประกวดราคาโครงการประมูลติดตั้งระบบตรวจสอบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (เอพีพีเอส) มูลค่า 8,313 ล้านบาท ของ ทอท.แล้ว เนื่องจากขัดระเบียบ พ.ร.บ.การเงินการคลัง ในกรณีที่ต้องมีการจ่ายเงินส่วนแบ่งค่าตอบแทนจากโครงการนี้ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
“ประเด็นหลักที่ทำให้ต้องล้มประมูล เนื่องจากกรณีการจ่ายเงินส่วนแบ่งค่าตอบแทนให้กับ ตม.นั้น ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ เพราะจะขัดต่อ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เพราะเงินรายได้ในส่วนนี้จะต้องนำส่งเข้ารัฐเท่านั้น และคาดว่าจะยังไม่มีการเสนอคำสั่งของ คตร.ที่ให้ยกเลิกการประมูลเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดได้ทันวันที่ 21 ส.ค.นี้ เพราะต้องรอหนังสืออย่างเป็นทางการจาก คตร.และกระทรวงคมนาคมก่อน” นายประสงค์ ระบุ
นายประสงค์ ระบุว่า ทอท.จะนำโครงการจัดหาระบบคัดกรองผู้โดยสารมาทบทวนการดำเนินโครงการใหม่ทั้งหมด
นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า จะนำโครงการจัดหาระบบคัดกรองผู้โดยสารกลับมารื้อใหม่ทั้งหมด ทั้งการกำหนดราคากลางและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะต้องปรับแก้ไขตามคำแนะนำของ คตร. โดยเฉพาะประเด็นการจ่ายเงินตอบแทนให้กับ ตม. ในอัตรา 5 บาท/ผู้โดยสาร/ครั้ง ซึ่งต้องไปดูว่าจะปรับแก้ไขอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ทอท.ดำเนินการตามข้อเสนอของ ตม.
นอกจากนี้ นายเมฆินทร์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า บอร์ด ทอท.จะพิจารณาต่อสัญญาสัมปทานให้บริการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กับกลุ่มบริษัทล๊อกซ์เล่ย์ผู้รับสัมปทานรายเดิมอีก 5 ปี โดยไม่ผ่านการประกวดราคา ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากอายุของสัมปทานยังเหลืออีก 2 ปี ดังนั้นยังไม่มีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือหรือกำหนดรายละเอียดใดๆ เพราะยังมีเวลาที่จะพิจารณาก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดลง
ด้านนายกาญจน์ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทเอเชีย ซิเคียวริตี้ เมเนจเมนท์ (เอเอสเอ็ม) ในกลุ่มบริษัทล๊อกซ์เลย์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาหรือพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานให้บริการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะยังเหลืออายุสัญญาอีก 26 เดือน และหากมีการเจรจาต่อสัญญาประเด็นสำคัญที่ต้องพูดคุยกับเรื่องค่าจ้างซึ่งจะสูงกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพราะสัญญาเดิม 10 ปี วงเงินค่าจ้าง 5,419.55 ล้านบาท เป็นอัตราที่ต่ำมากเพราะคำนวณก่อนที่จะมีนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ







