
การพัฒนาที่ยังไม่ยั่งยืน
การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ตั้งอยู่บนแนวความคิดและหลักการที่ว่า การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้ง 3 มิติ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง หรือการพัฒนาในระยะยาวด้วย
การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ตั้งอยู่บนแนวความคิดและหลักการที่ว่า การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้ง 3 มิติ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง หรือการพัฒนาในระยะยาวด้วย
ถึงแม้ว่าหลักการหรือแนวความคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในระดับสากลว่าเป็นหลักการที่ดีและมีประโยชน์ต่อสังคมโลก แต่อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลักการนี้ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคอยู่หลายประการในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติตามที่มุ่งหวังไว้
เรื่องนี้สามารถวิเคราะห์ (ถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนยังไม่ยั่งยืนเท่าที่ควร) ได้ดังนี้
ประการแรก การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวความคิดในเชิงอุดมคติ เป็นนามธรรม (Abstract) จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจอย่างเป็นรูปธรรมได้ยากและทำให้เห็นผลได้ยากด้วย
แนวความคิดนี้จะคล้ายกับการอธิบายความหมายของคำว่า “ความมีอิสระ (Freedom)” “ความรัก (Love)” หรือ “ความหวัง (Hope)” ซึ่งมีความหมายที่ไม่แน่นอนตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการตีความหรือให้นิยามของแต่ละบุคคล หรือแต่ละองค์กรมากกว่า
ประการที่สอง การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวความคิดแบบบูรณาการ (Integration) ที่มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเกี่ยวข้องกับหลายองค์กรหลายภาคส่วนด้วย
ดังนั้น การประเมินประสิทธิภาพแบบองค์รวม (Holistic) เพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็นหรือทุกรายละเอียดเพื่อทำให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายจึงทำได้ยาก โดยเฉพาะประเด็นด้านสังคม เช่น สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความยุติธรรม สุขภาพ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย เป็นต้น
ประการที่สาม การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวความคิดที่ยึดมุมมองในระยะยาว (Long Term) โดยคำนึงถึงผลของการพัฒนาไม่ให้กระทบกับอนาคตของคนในรุ่นต่อๆ ไป ดังนั้นมุมมอง “ระยะยาว” ที่ไม่เท่ากันของแต่ละบุคคลหรือองค์กร จึงทำให้ระยะเวลาของการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีความแตกต่างกันออกไป
ประการสุดท้าย การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวความคิดในเชิงบริหารที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและแพร่หลาย จึงมีความพยายามที่จะทำให้แนวความคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีความแน่นอนและเป็นมาตรฐาน แต่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการหรือเครื่องมือ (Tool) ใดๆ ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอและเหมาะสมสำหรับการชี้วัดและประเมินการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทางปฏิบัติ
ดังนั้น การทำความเข้าใจและศึกษาถึงแนวความคิดและหลักการของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ลึกซึ้ง จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำไปประยุกต์ปฏิบัติ รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้สามารถนำหลักการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเลือกใช้เครื่องมือหลายๆ ชนิดที่มีอยู่มาบูรณาการร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ก่อนการดำเนินธุรกิจและการประกอบการก็ควรใช้เครื่องมือสำหรับประเมินผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่ Strategic Environmental Assessment, Environmental Impact Assessment และ Health Impact Assessment
ในระหว่างการดำเนินการธุรกิจและการประกอบการยังมีเครื่องมืออีกหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ ได้แก่
Sustainable Indicators สำหรับเป็นกรอบและทิศทางการดำเนินงานในอนาคตเทียบกับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านๆ มา
Life Cycle Assessment สำหรับประเมินประสิทธิภาพของการใช้วัตถุดิบ พลังงาน มลพิษ และของเสียเทียบกับผลิตภัณฑ์
Life Cycle Costing สำหรับประเมินต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริง
Risk Assessment สำหรับการจัดทำแผนฉุกเฉินและการป้องกันอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนยังจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและบูรณาการทั้งแผนยุทธศาสตร์และการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไปด้วย
ปัญหาเรื่องโลกร้อน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นปัญหาของ “พลเมืองโลก” อย่างพวกเราทุกคนที่ควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่ออนาคตของพวกเราบนโลกใบนี้
เพราะเป็น “Our Common Future” ครับผม!







