posttoday
ปฏิวัติทอด้วยนาโนพลิกสู่สินค้าพรีเมียม

ปฏิวัติทอด้วยนาโนพลิกสู่สินค้าพรีเมียม

14 สิงหาคม 2557

อุตสาหกรรมผ้าทอพื้นบ้านของไทย มีมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโตในระดับต่ำมากต่อปี

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

อุตสาหกรรมผ้าทอพื้นบ้านของไทย มีมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโตในระดับต่ำมากต่อปี เพราะผู้ประกอบการไม่ได้สนใจนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาการผลิตมากนัก ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ลงพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าทอแห่งใหญ่ในประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการผ้าทอที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี หันมายกระดับผลิตภัณฑ์ด้วย “นาโนเทคโนโลยี” จะเพิ่มมูลค่าให้สินค้าขึ้นหลายเท่า กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมแบรนด์

จุฑารัตน์ พยัคเลิศ ผู้ประกอบการร้านผ้าธรรมชาติ ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ กล่าวว่า กลุ่มสนใจนำนาโนเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผ้าทอ เพราะที่ผ่านมามีลูกค้าต่างประเทศสอบถามเรื่องการผลิตสินค้านาโนเทคโนโลยีจำนวนมาก ทั้งลูกค้าชาวสหรัฐและญี่ปุ่น เพราะตลาดต่างประเทศรู้จักสินค้านาโนเทคโนโลยีเป็นอย่างดี แตกต่างจากลูกค้าในไทยที่ยังไม่รู้จักมากนัก

ทั้งนี้ นาโนเทคโนโลยีช่วยทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มได้ถึง 5 เท่า เช่น ผ้าผืนเล็กสามารถขายได้ 1,000 บาท/ผืน จากเดิม ราคา 250 บาท/ผืน ส่วนผ้าผืนใหญ่สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น 1 เท่าขึ้นไป จากราคาขายอยู่ที่ 1,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท/ผืน

“การใช้นาโนเทคโนโลยีจะทำให้ผ้ามีกลิ่นหอม ยืดอายุใช้งาน ป้องกันเชื้อโรคแบคทีเรีย ป้องกันน้ำ และผ้ามีสีไม่ตก โดยมีโดยการนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ เป็นการร่วมมือกับ นาโนเทคแผนเปิดตัว หมวกนาโนเทคโนโลยี เข้ามาทำตลาดในช่วงปลายปีนี้” จุฑารัตน์ กล่าว

ระยะต่อไปจะนำนาโนเทคโนโลยีไปใช้กับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ปลอกหมอน ผ้าบนโต๊ะอาหาร ผ้ากันเปื้อน โดยปัจจุบันสินค้าหลักของกลุ่ม มีทั้งผ้าหม้อห้อม เสื้อผ้า งานพันคอ สินค้าตกแต่งบ้าน เป็นต้น ซึ่งผลิตจากงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ของชาวบ้านในพื้นที่ มีขั้นตอนการผลิตมาจากธรรมชาติ เพราะการย้อมสีมาจาก ต้นห้อม ที่มีแหล่งปลูกในพื้นที่

ในขณะนี้สัดส่วนยอดขายมาจาก ในประเทศ 50% และส่งออก 50% โดยตลาดส่งออกมีทั้ง ประเทศสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และ เกาหลี ส่วนใหญ่เป็นการผลิตตามคำสั่งของลูกค้า (ออเดอร์) รวมทั้งได้มุ่งออกไปร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ที่ต้องการสินค้าผ้าทอมือ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของกลุ่มอยู่ที่การทำตลาด และช่องทางจำหน่ายสินค้า เพราะสินค้าเอสเอ็มอีไม่สามารถนำสินค้าเข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้ มีต้นทุนสูง ทำให้ลูกค้ามีช่องทางซื้อสินค้าไม่สะดวก ทั้งนี้หากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ส่งเสริมการทำตลาดมากขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการขายให้ผู้ประกอบรายย่อยได้ เพิ่มโอกาสขยายสินค้า ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ทำธุรกิจพบว่า ลูกค้าตอบรับดีเพิ่มขึ้นทุกปี

อีกหนึ่งแบรนด์ผ้าจากภาคเหนือคือ สำหรับแบรนด์ “บายศรี” ของ ศักดิ์จิระ เวียงเก่า เจ้าของร้านบายศรี จ.แพร่ ที่ได้ทำธุรกิจเสื้อผ้าทอมานานกว่า 20 ปี กล่าวว่า สนใจนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสินค้า โดยจะนำมาใช้กับสินค้ากลุ่มกระเป๋าทำให้ผ้านุ่มมากขึ้น ป้องกันแบคทีเรียและสะท้อนน้ำ มีแผนเปิดตัวทำตลาดในปีหน้า ขณะที่การพัฒนา นาโนเทคโนโลยีในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกับ นาโนเทค เชื่อมั่นว่าสินค้ามีโอกาสขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าผ้าทอของไทย

ทั้งนี้ สินค้าของกลุ่มจะมีทั้ง ผ้า เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ และของตกแต่งบ้าน มุ่งออกแบบภายใต้แนวคิด สร้างสรรค์รูปแบบงานใหม่ๆ ทุกขั้นตอนเป็นงานแฮนด์เมด ซึ่งผ้าที่นำมาผลิตสินค้านั้น มีทั้งผ้าใยธรรมชาติ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม และผ้าลินิน ที่ผลิตจากพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนปัญหาหลักของกลุ่มฯ ในขณะนี้ อยู่ที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเข้ามาในอุตสาหกรรมผ้าทอ ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ ทั้งที่งานผ้าทอมีความสำคัญและงานฝีมือมูลค่าสูง

“เป้าหมายต่อไปจะสร้างสรรค์งานดีไซน์จากผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ส่วนระยะยาวจะผลักดันให้ บายศรี เป็น ศูนย์อะคาเดมี ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องผ้าและหัดทำผ้าอย่างครบวงจร เชื่อมั่นว่าสินค้าผ้าทอไทยที่มีดีไซน์ วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ ผสมกับนาโนเทคโนโลยี จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผ้าไทยอีกหลายเท่า และสร้างเสน่ห์ให้สินค้าไทยมากขึ้น” ศักดิ์จิระ กล่าวทิ้งท้ายเพราะคนไทยและต่างชาติสนใจเรียนรู้เรื่องผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น เชื่อมั่นว่า สินค้าผ้าทอไทย ที่มีดีไซน์ วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ ผสมกับนาโนเทคโนโลยี จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผ้าไทยอีกหลายเท่า และสร้างเสน่ห์ ให้สินค้าไทยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน