
หั่นขายข้าวตันละพัน
พาณิชย์เสนอนบข.ปรับลดราคาประมูลแจงเกณฑ์เดิมไม่รวมค่าปรับปรุง
พาณิชย์เสนอนบข.ปรับลดราคาประมูลแจงเกณฑ์เดิมไม่รวมค่าปรับปรุง
พาณิชย์ดิ้น กำหนดราคาฟลอร์ไพรซ์ในการประมูลข้าวลงจากเดิมตันละ 1,000 บาท
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาปรับเกณฑ์ราคาประมูลข้าวขั้นต่ำ (ฟลอร์ไพรซ์) ใหม่ เพื่อใช้ในการอนุมัติขายข้าวหลังจากที่ได้มีการเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาล 1.67 แสนตัน ไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้ประมูลเสนอราคาซื้อไม่ผ่านเกณฑ์ราคาขั้นต่ำทั้งหมด
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงว่า เกณฑ์ราคาขั้นต่ำที่เสนอให้ นบข.พิจาณา จะปรับลดลงจากราคาเดิมประมาณตันละ 1,000 บาท เพราะเกณฑ์ราคาเดิมคิดเพียงแค่ค่าเสื่อมสภาพข้าวและค่าขนส่งข้าวออกจากโกดังเท่านั้น ไม่ได้มีการนำค่าปรับปรุงคุณภาพข้าวเข้าไปรวมไว้ด้วย ดังนั้นราคาใหม่ที่ปรับลดลงมานั้น จะทำให้เอกชนเสนอราคาซื้อใกล้เคียงกับราคาขั้นต่ำ
“ถ้า นบข.เห็นชอบราคาฟลอร์ไพรซ์ใหม่ จะทำให้มีหลายรายที่จะชนะการประมูล เพราะส่วนใหญ่ที่เสนอราคามาจะต่ำกว่าฟลอร์ไพรซ์ไม่มากนัก” นางดวงพร กล่าว
ทั้งนี้ ราคาที่ภาคเอกชนเสนอซื้อ ชนิดปลายข้าวเฉลี่ยที่ 7,000-8,000 บาท/ ตัน ส่วนข้าวขาวเฉลี่ย 8,000-9,000 บาท/ ตัน และข้าวหอมมะลิเฉลี่ย 2.5-2.9 หมื่นบาท/ตัน
นางดวงพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คณะทำงานระบายข้าวจะนำเสนอให้ นบข.พิจารณาราคาที่ภาคเอกชนเสนอซื้อข้าวจากสต๊อกรัฐเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่ได้มีการเจรจาต่อรองให้ปรับเพิ่มขึ้น หาก นบข.พิจารณาเห็นชอบแล้วก็จะอนุมัติขายให้ทันที ส่วนการประมูลข้าวครั้งที่ 2 คาดอาจเปิดประมูลได้ในอีกประมาณ 2 สัปดาห์
นายสมพงษ์ กิติเรียงลาภ ประธาน บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า การประมูลซื้อข้าวรัฐวิธีการที่ดีที่สุดและโปร่งใสที่สุดคือ การขายหน้าคลังแบบมีราคากลางเป็นเกณฑ์ แต่รัฐจะต้องประกาศราคากลางให้ผู้เข้าร่วมประมูลได้รับทราบด้วยในระหว่างการเปิดซองเสนอราคาซื้อ จะทำให้ทราบในทันทีว่าใครจะชนะการประมูลหรือไม่ และเปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด 5 รายแรกมีโอกาสต่อรองราคาส่วนรายใดที่เสนอราคาต่ำกว่าเกณฑ์มากๆ ก็อาจตัดสิทธิ์ หรือขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้าร่วมการประมูลอีก เพราะจงใจเสนอราคาต่ำมาก”
อย่างไรก็ตาม มองว่าการประมูลข้าวครั้งนี้ ทำให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อแน่นอนแล้วเสียโอกาสให้การขายข้าวให้ลูกค้า เพราะผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่ทราบว่าจะชนะการประมูลหรือไม่ ขณะที่ได้ตกลงราคาล่วงหน้ากับลูกค้าไปแล้ว ทำให้ลูกค้าบางรายรอไม่ได้ ก็หันไปซื้อจากประเทศอื่นแทน เพราะมองว่า ไทยมีข้าวในสต๊อกมาก จะกลับมาซื้อเมื่อไรก็ได้ และจะได้ราคาต่ำด้วย
สำหรับบริษัท พงษ์ลาภ ในการประมูลครั้งนี้ เสนอซื้อข้าวขาว 5% ตันละ 1.17 หมื่นบาท ถือว่าสูงมาก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมว่าจะชนะการประมูลหรือไม่ ทำให้ต้องหาซื้อข้าวในตลาดมาส่งออกแทน เพราะขณะนี้ราคาข้าว 5% ซึ่งเป็นข้าวใหม่เพียงตันละ 1.3 หมื่นบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาซื้อจากสต๊อกรัฐก็ใกล้เคียงกัน แต่คุณภาพข้าวใหม่ดีกว่าข้าวรัฐมาก อย่างไรก็ตามอยากแนะนำให้รัฐเร่งขายข้าวหอมมะลิใหม่ออกไปก่อน เพราะตอนนี้ราคายังดี แต่ถ้ายังล่าช้าราคาจะตกลงมาก เพราะข้าวใหม่กำลังจะออกสู่ตลาด โดยหากเก็บไว้นาน 1 ปีราคาจะตกกิโลกรัมละ 100 บาท ขณะที่ข้าวขาวราคาจะตกเพียงกิโลกรัมละ 10 บาทเท่านั้น







