
ส่อตรึงค่าเอฟทีลดรายจ่ายประชาชน
ลุ้น คสช.เคาะค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค. ส่อเค้าตรึงค่าไฟฟ้าดูแลค่าครองชีพประชาชน
ลุ้น คสช.เคาะค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค. ส่อเค้าตรึงค่าไฟฟ้าดูแลค่าครองชีพประชาชน
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2557 ว่ายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจนว่าจะมีทิศทางอย่างไร โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะมีการตรึงค่าเอฟทีเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ การตัดสินใจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะมีนโยบายอย่างไร
“หากตรึงค่าเอฟทีก็จะต้องดูนโยบายการตรึงราคาเชื้อเพลิงทั้งก๊าซและน้ำมันด้วย” นายสุนชัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงทั้งราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมัน ตลอดจนอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ส่วนจะให้ กฟผ.เข้าไปช่วยรับภาระค่าเอฟทีนั้น ที่ผ่านมา กฟผ.ได้เข้าไปรับภาระตรึงค่าเอฟทีโดยมีวงเงินที่ค้างอยู่ 2,000-3,000 ล้านบาท และในหลักการ กฟผ.เองต้องมีสภาพคล่องเพื่อใช้หมุนเวียนอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท
ผู้ว่าการ กฟผ.กล่าวว่า ปัจจัยลบที่จะมีผลต่อค่าเอฟทีในรอบหน้า คือ สถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ที่มีปริมาณต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลที่มีปริมาณน้ำเฉลี่ยเพียง 30% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้การผลิตไฟฟ้าจากน้ำที่มีต้นทุนต่ำได้น้อยลง ไม่สามารถนำไปเฉลี่ยต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ลดลงไปได้มากนัก จึงหวังว่าจะมีปริมาณฝนเข้ามาเติมในเขื่อนมากกว่านี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะลดลงได้ เพราะมีไฟฟ้าจากโครงการหงสาลิกไนต์ สปป.ลาว กำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ เข้ามาในระบบ
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า มีโอกาสสูงที่จะตรึงค่าเอฟทีในรอบเดือน ก.ย.–ธ.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากชะลอตัวมาตั้งแต่ต้นปี โดยค่าเอฟทีในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค.นั้น ความจริงจะต้องปรับขึ้น 13.94 สตางค์/หน่วย แต่เรกูเลเตอร์เห็นชอบให้ปรับขึ้นเพียง 10 สตางค์/หน่วย โดยให้ กฟผ.รับภาระไว้ 3.94 สตางค์/หน่วย คิดเป็นเงิน 2,247 ล้านบาท
นายสุนชัย กล่าวว่า สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในช่วง 7 เดือนขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ติดลบ 5% โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ที่เริ่มขยายตัวมากขึ้น สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณฟื้นตัวและเชื่อว่าในปีนี้การใช้ไฟจะขยายตัวไม่เกิน 2%







