posttoday
รูปแบบจัดคลื่นความถี่

รูปแบบจัดคลื่นความถี่

13 สิงหาคม 2557

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม ถือเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติที่ต้องนำมาดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ มิได้ถือเป็นทรัพยากรที่อยู่ในความครอบครองของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ ดังที่เคยเป็นมาในอดีต และทำให้การดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ทำให้ตลาดโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามแนวโน้มของการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม ถือเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติที่ต้องนำมาดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ มิได้ถือเป็นทรัพยากรที่อยู่ในความครอบครองของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ ดังที่เคยเป็นมาในอดีต และทำให้การดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ทำให้ตลาดโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามแนวโน้มของการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

หลักการดังกล่าวได้นำไปสู่การที่บทบัญญัติในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 45 ได้กำหนดให้การออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ทำให้เกิดการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz หรือ 2.1 GHz สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี เมื่อเดือน ต.ค. 2555 ซึ่งเป็นการประมูลคลื่นความถี่ครั้งแรกของประเทศไทย

การจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ในโลกนี้มีหลายรูปแบบ และในแต่ละประเทศที่นำเอาคลื่นความถี่มาใช้ประโยชน์ ส่วนใหญ่มิได้กำหนดไว้อย่างตายตัวว่าต้องใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาจากความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ของประเทศว่า ในแต่ละช่วงเวลาควรใช้กับการจัดสรรคลื่นความถี่ในรูปแบบใด

ทั้งนี้ รูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก นอกเหนือจากรูปแบบการประมูลมีหลากหลายวิธี เช่น วิธีการมาก่อนได้ก่อน (FirstCome FirstServed) ซึ่งเป็นรูปแบบแรกของการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งนิยมใช้ในช่วงที่ยังไม่มีปัญหาขาดแคลนคลื่นความถี่ และยังไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมอย่างเพียงพอ ใช้กับผู้ขอรับการจัดสรรที่มีความพร้อม และมีจำนวนผู้ขอรับการจัดสรรจำนวนมาก วิธีการคัดเลือกเปรียบเทียบ (Beauty Contest) เป็นวิธีการที่เหมาะกับการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่เพื่อนำเข้ามาเสริมคลื่นความถี่เดิมที่อาจจะไม่เพียงพอ ช่วยให้องค์กรกำกับดูแลสามารถพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ขอรับการจัดสรรได้ก่อนการคัดเลือก

วิธีการเปรียบเทียบไต่สวน (Comparative Hearing) ซึ่งคล้ายกับการคัดเลือกเปรียบเทียบ แต่ผู้ขอรับการจัดสรรสามารถเห็นคำขอของผู้ขอรับการจัดสรรรายอื่นเพื่อวิจารณ์หรือให้ข้อคิดเห็นต่อสาธารณะได้ การเลือกแบบสุ่ม (Lottery) เป็นวิธีที่เหมาะกับกรณีที่มีแผนความถี่อยู่แล้ว ส่วนผู้ขอรับการจัดสรรมีคุณสมบัติและมีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน วิธีการแบ่งขายคลื่นความถี่ (Secondary Markets) เป็นวิธีที่ผู้ได้รับการจัดสรรบางรายแบ่งขายคลื่นความถี่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง โดยองค์กรกำกับดูแลเป็นผู้เข้ามาตรวจสอบภาวะตลาดและป้องกันการเก็งกำไร

การโอนสิทธิการใช้คลื่นความถี่ (Secondary Right) เป็นการเปิดให้บุคคลสามารถเข้าใช้คลื่นความถี่ที่ไม่ได้มีการใช้งานจากองค์กรกำกับดูแล หรือผู้ได้รับการจัดสรร การจองคลื่นความถี่ (Frequency Reservation) ซึ่งเป็นการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพียงบางส่วน หากกิจการขยายตัวก็จะได้รับอนุญาตให้ใช้เพิ่มเติม หรือการจัดสรรในรูปแบบของการกำหนดพื้นที่ (Zoning) ซึ่งองค์กรกำกับดูแลจะทำหน้าที่กำหนดย่านความถี่ และปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

จากรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เห็นได้ว่ายังมีรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่อีกหลากหลายที่สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสภาพของตลาดโทรคมนาคมในขณะนั้นๆ รูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่แต่ละรูปแบบ ต่างมีทั้งจุดดีและจุดด้อยในตัวเอง ไม่มีวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีและสมบูรณ์ในตัวเอง จึงควรทำให้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรคลื่นความถี่มีความยืดหยุ่นเช่นกัน เพื่อทำให้องค์กรกำกับดูแลของแต่ละประเทศจะเลือกใช้วิธีจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประชาชนผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์สูงสุด

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่