
เชียงใหม่เมืองที่ไม่เคยพอ(ตอน 1)
ผมอาศัยในเมืองเชียงใหม่มากว่า 30 ปี รักเมืองนี้มาก จึงได้เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “การตลาดไม่รู้จักพอ” ในฐานะคนรักเชียงใหม่จึงต้องการสะท้อนความจริงด้วยความเป็นห่วงว่าหากไม่แก้ไขหรือร่วมมือกัน “เมืองเชียงใหม่” ที่สวยงามจะต้องเกิดวิกฤตขึ้นสักวัน
ผมอาศัยในเมืองเชียงใหม่มากว่า 30 ปี รักเมืองนี้มาก จึงได้เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “การตลาดไม่รู้จักพอ” ในฐานะคนรักเชียงใหม่จึงต้องการสะท้อนความจริงด้วยความเป็นห่วงว่าหากไม่แก้ไขหรือร่วมมือกัน “เมืองเชียงใหม่” ที่สวยงามจะต้องเกิดวิกฤตขึ้นสักวัน
รศ.ดร.ณวิทย์ อ่องแสวงชัย คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงตัวชี้วัดใน การประเมินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ล้วนแล้วแต่ลงคะแนนให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ แต่อาจารย์ให้ทัศนะว่า ไม่ถูกต้องที่ให้ชาวต่างประเทศมาประเมินความเป็นอยู่ของเมืองเชียงใหม่ เพราะพวกเขาอยู่อาศัยอาจไม่ถึงสามวันด้วยซ้ำ ทัวร์ ไกด์ก็ดูแลอย่างดี มีที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ ท่องเที่ยวหรู ร้านค้าต่างๆ ให้การต้อนรับ เชียงใหม่ก็เลยน่าอยู่ แต่ความเป็นจริงควรพิจารณาความน่าอยู่จากคนในเมืองเป็นหลัก เพราะคนในเมืองคือผู้อยู่อาศัย ตัวจริง แต่กลับไม่ได้เป็นกลุ่ม ตัวอย่างของการพิจารณาความน่าอยู่ของเมือง
เมืองแห่งความอบอุ่นเริ่มหายไปทุกขณะ เพราะความเจริญที่ถาโถมเข้ามาใส่อย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างเดินหน้ามาหาความเจริญที่นี่ วันนี้ห้างสรรพสินค้าและช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก โรงภาพยนตร์กว่า 50 โรง
ก่อนกฎหมายผังเมืองใหม่จะประกาศใช้เมื่อต้นปี 2557 ผู้รับเหมานายทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ ขออนุญาตก่อสร้างบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โฮมทาวน์ห้องแถว กว่าร้อยโครงการ มีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากในตัวเมือง จนเกิดวิกฤต “รถติด” แบบไม่เคยปรากฏมาก่อน ผู้ขับขี่รถยนต์ขาดความรับผิดชอบ ใบขับขี่มีกันบ้างไม่มีบ้าง ขับรถผิดๆถูกๆ เกิดอุบัติเหตุกันมากขึ้น เกิดสถานที่นั่งพักอารมณ์ชิลๆ แฮงเอาต์มากมาย มีร้านกาแฟเป็นพันๆ แห่ง ป้ายต่างๆ เต็มเมือง
สิ่งทั้งหลายเกิดจากความ ไม่รู้จักพอของคนในเมือง พ่อค้า นักลงทุน เกิดจากแนวคิดทางการตลาดมากมาย ก่อร่างสร้างความเจริญขึ้นภายในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว เกิดการแข่งขันกันเองของพ่อค้าแม่ค้า ยิ่งใกล้เปิดประตูอาเซียน (AEC) แล้วยิ่งทำให้เชียงใหม่คึกคักเป็นพิเศษ พ่อค้าแม่ค้าต่างก็ฉกฉวยโอกาสในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจนไม่รู้จักพอ บางคนรวยแล้วก็รวยเพิ่ม คนที่ยังไม่รวยก็ถูกสอนให้ฉวยโอกาสจากความเจริญ บ้างก็รีบร้อนกอบโกย ไม่รวยตอนนี้แล้วจะไปรวยตอนไหน ธุรกิจการตลาดได้สร้างค่านิยมแก่คนรุ่นใหม่ๆ ให้เห็นประโยชน์ส่วนตน ลืมมองสภาพแวดล้อมที่เกินพอดี เมืองที่เคยน่าอยู่ กลายเป็นเมืองที่ความเจริญเข้ามามากจนเกินงามขาดการดูแลและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
แม้จะไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน แต่ผมก็มาขออาศัยพึ่งบุญบารมีพระยามังรายเป็นเวลานานมากจึงกลายเป็นคนเชียงใหม่ที่สมบูรณ์ รักและหวงแหนเมืองแห่งวัฒนธรรมนี้เช่นกัน ขอใช้เวทีบนคอลัมน์หนังสือพิมพ์เรียกร้องชาวเชียงใหม่ช่วยกันเพื่อให้เชียงใหม่ยังเป็นเมืองที่น่าอยู่ เพียงแต่ท่านเงยหน้าขึ้นมองพระธาตุดอยสุเทพอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็จะระลึกได้แล้วว่าเราควรร่วมกันคนละไม้คนละมือ ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความโอบอ้อมอารี หยุดสร้างความเจริญที่ผิดๆ ลดความเห็นแก่ได้ เพียงแค่มองข้ามความเป็น “ธุระไม่ใช่” และให้คิดกลับว่าทุกเรื่องในเชียงใหม่คือ “ธุระของเรา” เมืองเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่สวยงามน่าอยู่ต่อไป
จากหนังสือ “การตลาดไม่รู้จักพอ” ( Ending Marketing) โดย กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ก







