
งัดแผน8ปีชงคสช.ปรับโครงสร้างอ้อย
ระดมกึ๋นโรงงานน้ำตาลชาวไร่อ้อย ผลักดันแผน 8 ปี แก้ปัญหาระยะห่างโครงสร้างราคาเสนอ คสช.
ระดมกึ๋นโรงงานน้ำตาลชาวไร่อ้อย ผลักดันแผน 8 ปี แก้ปัญหาระยะห่างโครงสร้างราคาเสนอ คสช.
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเตรียมระดมความคิดเห็นของหน่วยงานราชการ โรงงานน้ำตาล และชาวไร่อ้อย เพื่อร่วมสรุปแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายตามแผนพัฒนา 8 ปี เพื่อปรับโครงสร้างทั้งระบบ ก่อนจะสรุปประเด็นต่างๆ เสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ แผนพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จัดทำไว้คือ จะเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยอีก 8 ล้านไร่ จากปัจจุบัน 10 ล้านไร่ และเพิ่มปริมาณผลผลิตอ้อยเป็น 210 ล้านตัน ในอีก 8 ปีข้างหน้า จากปริมาณ ผลผลิตล่าสุด 103 ล้านตัน
นอกจากนี้ ยังจะต้องพิจารณาหาข้อสรุปเรื่องระยะห่างโรงงานที่มีผู้ประกอบการเสนอให้ร่นระยะห่างลงเหลือแค่ 50 กิโลเมตร จากปัจจุบันกำหนดไว้ 80 กิโลเมตร ทำให้ขณะนี้มีผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลได้มายื่นเรื่องขอย้ายโรงงาน และขยายกำลังการผลิตที่รอการพิจารณาอีก 10 ราย
“การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมน้ำตาล เรื่องระยะห่างโรงงาน จะต้องเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน กระทรวงฯ จึงจะสรุปเรื่องเพื่อนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาตัดสินภายในเดือนนี้” นายวิฑูรย์ กล่าว
แหล่งข่าวจาก สอน. เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยากมาก เพราะชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องการคำนวณเงินค่าอ้อย ว่าจะต้องคำนวณจากอะไร จากเนื้อน้ำตาลเหมือนปัจจุบัน หรือต้องรวมกากน้ำตาลเอทานอลและผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอในเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำตาล ซึ่งขณะนี้มีหลายฝ่ายที่ต้องการผลักดันให้ลอยตัวราคาน้ำตาล ไม่มีการกำหนดโควตาขายในประเทศและโควตาส่งออก เพราะประเทศกำลังจะเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่ง อาจทำให้เกิดการลักลอบนำน้ำตาลโควตาในประเทศออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีราคาสูงในไทยเกือบเท่าตัวได้
“การปรับโครงสร้างทั้งอุตสาหกรรมอ้อยฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ตราบใดที่ชาวไร่และโรงงานน้ำตาลตกลงกันไม่ได้ ดังนั้นการที่ คสช.เร่งให้หน่วยงานที่ดูแลพืชเกษตรเร่งจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน 1 ปีนั้น คงจะทำได้เฉพาะการปรับโครงสร้างราคาอ้อยน้ำตาลเท่านั้น” แหล่งข่าวเปิดเผยนอกจากนี้ ปัญหาใหญ่คือเรื่องระยะห่างของโรงงานน้ำตาลที่บางฝ่ายอยากให้ยึดมติ ครม.เดิมคือต้องห่างไม่น้อยกว่า 80 กม. บางฝ่ายก็เสนอให้อยู่ที่ไม่น้อยกว่า 50 กม. จึงต้องรอความชัดเจนจากทางการว่าจะสรุปเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะมีโรงงานน้ำตาล 2 แห่งใน จ.เลย ของกลุ่มน้ำตาลขอนแก่น และกลุ่มมิตรผล ที่ยังไม่ได้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) เนื่องจากมีที่ตั้งห่างกันไม่ถึง 80 กม.
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดที่จะจัดสัมมนาวันที่ 16 ส.ค.นี้แต่ได้เลื่อนออกไปเนื่องจากฝ่ายของโรงงานน้ำตาลแจ้งว่ายังไม่พร้อมเรื่องข้อมูล และได้เสนอวันจัดสัมมนาระดมความเห็นใหม่อีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค. เพื่อให้ได้ข้อสรุปต่างๆ เพื่อเสนอต่อ คสช. ได้ทันภายในเดือน ส.ค.







