
สิงหาคมตลาดหุ้นน่าจะแย่กว่าเดือนก่อน?
การประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่ออกมา 2% ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรที่น่าประหลาดใจ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องติดตามก็คือ การออกมาคาดการณ์ตัวเลข GDP ในปี 2557 เพียง 1.5% ซึ่งต้องบอกว่า แตกต่างจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพราะส่วนใหญ่ประมาณการไว้ว่า ปีนี้จะโตระดับ 23% ซึ่งการคาดการณ์เพียง 1.5% ก็น่าจะมองได้ว่า ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่น่าจะมีตัวเลขที่โตแบบผิดคาด ซึ่งการเกริ่นภาพรวมของเศรษฐกิจ ก็ต้องการสื่อสารว่า เศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัว (ขึ้น) อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะฉะนั้นธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็ควรจะดีขึ้นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปด้วย
การประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่ออกมา 2% ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรที่น่าประหลาดใจ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องติดตามก็คือ การออกมาคาดการณ์ตัวเลข GDP ในปี 2557 เพียง 1.5% ซึ่งต้องบอกว่า แตกต่างจากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพราะส่วนใหญ่ประมาณการไว้ว่า ปีนี้จะโตระดับ 23% ซึ่งการคาดการณ์เพียง 1.5% ก็น่าจะมองได้ว่า ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่น่าจะมีตัวเลขที่โตแบบผิดคาด ซึ่งการเกริ่นภาพรวมของเศรษฐกิจ ก็ต้องการสื่อสารว่า เศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัว (ขึ้น) อย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะฉะนั้นธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็ควรจะดีขึ้นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปด้วย
ซึ่งนั้นก็น่าจะประเมินได้ว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ก็ควรจะมีลักษณะเดียวกัน ซึ่งตัวเลขล่าสุดที่มีการประมาณการกันว่า บริษัทจดทะเบียนจะมีการโตในระดับ 10% ในปีนี้ และสมมติว่าปีหน้าก็ตัวเลขการโตเดียวกัน ก็เป็นตัวเลขที่เป็นเหตุเป็นผล ย้ำให้ดูก็คือ GDP ปีนี้โต 1.5% ปีหน้าโตระดับ 35% บริษัทจดทะเบียนก็โตระดับ 10% ทั้งปีนี้และปีหน้า
ซึ่งที่ยกตัวเลขมาก็ต้องการมองว่า การวางเป้าหมายของ Set Index ณ จุดนี้ ที่คาดไว้ว่าราคาที่เหมาะสมควรจะเป็น P/E ที่ 15 เท่า ทำให้จุดอิ่มตัวของ Set Index ในปีนี้อยู่ที่ 1,520-1,540 และจุดอิ่มตัวของ Set Index ในปีหน้าอยู่ที่ 1,650-1,700 นั้นก็หมายความว่า ราคาของ Set Index แถวนี้อิ่มตัวพอดี เกินกว่านี้ถือว่า แพง! คำถามต่อมาก็คือ มีโอกาสหรือไม่ที่ Set Index จะวิ่งและราคาในเชิงมูลค่าแพง คำตอบก็คือ มี เมื่อพิจารณาจากกราฟ แม้เป็นค่า P/E ที่พิจารณาจากอดีต ซึ่งมักจะสูงกว่า P/E ที่เรามองอนาคตอยู่ 13 เท่า หลายครั้งหลายหนที่เราเห็น P/E มีการปรับตัวสูงขึ้น ยกตัวอย่างในปี 1993-1994 และในปี 2009 ซึ่งสิ่งที่เราย้อนไปพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ มี Fund Flow เข้ามามหาศาลนั้น ก็คือ นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาซื้อสุทธิ
อีกทั้งพิจารณาอีกกราฟหนึ่งจะพบว่า กรณีเราพิจารณาแนวคิดของการวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อเราย้อนเหตุการณ์ในอดีตเพิ่ม (ในภาพคือ ปี 1993-1994) จะพบว่าการไม่ผ่านแนวต้านทางเทคนิคหลายรอบ การปรับฐานจะแรงไม่มาก และเมื่อมี Fund Flow เข้ามาการขึ้นแรงก็เกิดขึ้น
จากทั้งหมดที่กล่าวมา เพื่อต้องการสื่อสารถึงการเคลื่อนไหวของ Set Index ในปัจจุบันที่ถือว่าเต็มมูลค่า เพราะคาดว่าบริษัทจดทะเบียนคงไม่กำไรโตกว่าที่คาดการณ์มากนัก และคาดว่าเพดานของ Set Index ที่ 1,520-1,540 คงเป็นเพดานแนวต้านที่สำคัญ
การผ่านแนวต้านดังกล่าว และ Set Index มีการปรับตัวขึ้นได้แรงๆ มีกรณีเดียวก็คือ นักลงทุนต่างประเทศต้องหันเข้ามาซื้อสุทธิแบบมากมาย และการปรับฐานของ Set Index เมื่อชนแนวต้านของ Set Index ที่ 1,520-1,540 ต้องไม่ต่ำกว่า 1,485 เพื่อทำให้กราฟในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นส่งสัญญาณขาย ซึ่ง ณ ช่วงเวลาปัจจุบันเรายังไม่เห็นสัญญาณดังกล่าว เพราะฉะนั้นการคาดการณ์จึงต้องประเมินว่า ยังคงมีความคิดเห็นที่ว่า Set Index จะไม่มีการปรับตัวขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่ภาพตลาดรวมกำลังเข้าสู่การปรับฐาน (ลง) ใหญ่ หรือมองในเชิงของเดือน ส.ค. คาดว่า Set Index ไม่น่าเคลื่อนไหวดีกว่าเดือนก่อนๆ ?







