posttoday
ACRC (1)

ACRC (1)

06 สิงหาคม 2557

คอร์รัปชั่นในเกาหลีใต้ในอดีตนั้นเคยหนักหนาสาหัสไม่น้อยไปกว่าในไทย แต่วันนี้เขาหลุดจากปัญหานี้ไปแล้วนะครับ เขาทำได้อย่างไร?

คอร์รัปชั่นในเกาหลีใต้ในอดีตนั้นเคยหนักหนาสาหัสไม่น้อยไปกว่าในไทย แต่วันนี้เขาหลุดจากปัญหานี้ไปแล้วนะครับ เขาทำได้อย่างไร?

การคอร์รัปชั่นในเกาหลีใต้เริ่มพร้อมๆ กับการที่ประเทศเขาได้เอกราชจากญี่ปุ่นในปี 2491 เพราะในตอนนั้นรัฐบาลได้ยึดทรัพย์สินและโรงงานของญี่ปุ่นมาเป็นของรัฐ แต่ธุรกิจที่จะสามารถไปซื้อทรัพย์สินเหล่านั้นได้ในราคาถูกๆ ก็จะมีเพียงธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลเท่านั้น กลุ่มธุรกิจไหนที่สายสัมพันธ์ดีกว่ากลุ่มอื่นๆก็จะเติบใหญ่กลายเป็น “แชโบล” ซึ่งเป็นภาษาเกาหลีแปลว่า“ธุรกิจขนาดใหญ่”

ความสัมพันธ์ระหว่างแชโบลกับการเมือง จึงเป็น “ความสัมพันธ์ในเชิงอุปถัมภ์” เหมือนๆ กับในเมืองไทย หากธุรกิจไหนหันไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามก็จะถูกประธานาธิบดีใช้กฎหมายปราบปรามคอร์รัปชั่นจับติดคุกหมด ดังนั้นในยุคสมัยก่อนปี 2540 การปราบคอร์รัปชั่นจึงเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าที่มีเอาไว้ใช้ปราบศัตรูทางการเมืองเท่านั้นเอง

เติบใหญ่ทางธุรกิจก็ยังไม่พอ แชโบลยังอาศัยสายสัมพันธ์ที่ดีรุกคืบเข้าไปซื้อหุ้นธนาคารที่รัฐบาลเคยถือหุ้นอยู่ ซึ่งรัฐบาลก็เต็มใจขายเพราะมีแรงกดดันจากนานาชาติให้เปิดเสรีทางการเงิน พอได้เป็นเจ้าของธนาคารด้วย แชโบลก็เลยสนุกสนานกับการเอาเงินธนาคารที่ตัวเองเป็นเจ้าของไปลงทุนแบบไม่ยั้งจนทำให้สัดส่วนหนี้ต่อสินทรัพย์ของแชโบลนั้นโตเป็นบอลลูนเลยทีเดียว และพอวิกฤตต้มยำกุ้งซึ่งเริ่มต้นจากเมืองไทยลามไปถึงเกาหลีใต้ เศรษฐกิจที่นั่นก็เลยพังพาบไปพร้อมๆ กับเมืองไทยเลยทีเดียว

ตั้งแต่ตอนนั้นล่ะครับที่เกาหลีใต้เขารู้ว่า ถ้าปล่อยให้มีการโกงแบบนี้ต่อไป เขาไปไม่รอดแน่ ประธานาธิบดี คิมแดจุง ก็เลยผลักดันให้การต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้เป็นวาระแห่งชาติ และมีการออกกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชั่นใหม่ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างแท้จริงและได้มีการตั้ง “คณะกรรมการอิสระต่อต้านคอร์รัปชั่นเกาหลี” หรือ “Korea Independent Commission Against Corruption : KICAC” ซึ่งมีหน้าที่และโครงสร้างคล้ายๆ กับ ICAC ของฮ่องกง ซึ่งปราบคอร์รัปชั่นได้ดีและหลายๆ ประเทศได้เอารูปแบบองค์กร และรูปแบบการทำงานไปเป็นต้นแบบใช้กันเลยทีเดียว

ในปี 2542 คะแนนดัชนีความโปร่งใสขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติของเกาหลีใต้ยังได้แค่ 3.8 คะแนน สูงกว่าเมืองไทยที่ได้3.2 อยู่ไม่มากเท่าไหร่ แต่พอหลังจากมีกฎหมายปราบปรามคอร์รัปชั่นใหม่และมี KICAC คะแนนดัชนีความโปร่งใสของเกาหลีใต้เริ่มทิ้งห่างของไทย

แต่เกาหลีใต้เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ KICAC เท่านั้น เพราะเขามองว่าการมุ่งแต่การปราบปรามคอร์รัปชั่น เพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้เกาหลีใต้หลุดพ้นจากปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงอุปถัมภ์ได้อย่างเด็ดขาด

เกาหลีใต้มองว่า จะปราบคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกได้นั้นเขาจะต้องสร้างระบบบริหารราชการให้โปร่งใสมีประสิทธิภาพ และจะต้องทำให้ภาคธุรกิจและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและป้องกันการคอร์รัปชั่นให้ได้ ดังนั้น ในปี 2551 เกาหลีใต้จึงได้เอาอีกสองหน่วยงานคือ ผู้ตรวจการรัฐสภาและคณะกรรมการรับเรื่องอุทธรณ์การบริหารงานมารวมเข้ากับ KICAC และเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตและสิทธิพลเมือง” หรือ “AntiCorruption and Civil Rights Commission of Korea : ACRC”

การตั้งหน่วยงานใหม่นั้นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกาหลีปราบคอร์รัปชั่นเชิงอุปถัมภ์ได้สำเร็จหรอกนะครับ ยุทธศาสตร์ในการทำงานของ ACRC ต่างหากคือปัจจัยสำคัญ

พุธหน้าจะมาเล่าให้ฟังครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน