posttoday
เขตห้ามบิน

เขตห้ามบิน

06 สิงหาคม 2557

โลกกำลังกลับเข้าสู่ยุคสงครามเย็นอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมหาอำนาจสองฝ่ายกำลังเล่นเกม “คว่ำบาตร” ตอบโต้กันอย่างหนัก ระหว่างฝ่ายโลกตะวันตกอันมีสหรัฐ และยุโรปเป็นแกนนำ ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นตัวผสมโรง ขณะที่อีกฝ่ายคือรัสเซีย โดยมีวิกฤตยูเครนเป็นเวทีการปะทะกันในครั้งนี้

โลกกำลังกลับเข้าสู่ยุคสงครามเย็นอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมหาอำนาจสองฝ่ายกำลังเล่นเกม “คว่ำบาตร” ตอบโต้กันอย่างหนัก ระหว่างฝ่ายโลกตะวันตกอันมีสหรัฐ และยุโรปเป็นแกนนำ ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นตัวผสมโรง ขณะที่อีกฝ่ายคือรัสเซีย โดยมีวิกฤตยูเครนเป็นเวทีการปะทะกันในครั้งนี้

หลังจากที่สหรัฐและยุโรปออกโรงประกาศคว่ำบาตรทางด้านเศรษฐกิจ และบุคคลสำคัญจำนวนมากของรัสเซีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. หนังสือพิมพ์เวโดมอสตี ในรัสเซีย รายงานว่า รัสเซียอาจจะเปิดการตอบโต้ด้วยการสั่งห้ามสายการบินสัญชาติยุโรปบินผ่านน่านฟ้าทรานส์ไซบีเรีย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ห้ามบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียในภูมิภาคเอเชียนั่นล่ะครับ

หากรัสเซียประกาศคำสั่งห้ามนี้จริง ก็แทบจะเรียกได้ว่า โลกอาจจะเข้าสู่ยุคสงครามเย็นเต็มตัว บรรยากาศแห่งความหวาดระแวงและไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน จะคุกรุ่นและทวีความตึงเครียดกันเรื่อยๆ ทำให้นึกย้อนไปถึงสมัยที่รัสเซียยังคงเป็นอดีตสหภาพโซเวียตครับ

ถ้าคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ประการแรก สายการบินสัญชาติยุโรปจะได้รับผลกระทบอย่างแรงครับ โดยเฉพาะในเส้นทางการบินจากยุโรปมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออก สายการบินยุโรปอาจจะแก้ปัญหาด้วยการบินอ้อม แต่แน่นอนว่าจะต้องประสบกับต้นทุนการบินที่เพิ่มมากขึ้น และใช้เวลาบินนานขึ้น

ประการที่สอง อาจจะไม่มีการรับประกันความปลอดภัยในเส้นทางบินดังกล่าวขึ้น ซึ่งกรณีนี้ทำให้ย้อนไปนึกถึงกรณีที่เครื่องบินของสายการบินโคเรียนแอร์ในอดีต ที่เคยถูกเครื่องบินรบของสหภาพโซเวียตยิงตกหลังจากที่บินล้ำเข้าไปในน่านฟ้าโซเวียตในปี 1983 ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตยกลำ ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคไม่มีใครไว้ใจใคร บินล้ำน่านฟ้าอาจจะโดนยิงตกง่ายๆ

ประการที่สาม ถ้ารัสเซียประกาศคำสั่งดังกล่าวขึ้นจริงๆ ก็น่าจะทำให้เกิดการตอบโต้จากโลกตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้าย จากปัญหาวิกฤตในยูเครนก็อาจจะลุกลามกลายเป็นการปะทะกันระหว่างมหาอำนาจในขอบเขตที่กว้างขึ้น การใช้มาตรการคว่ำบาตรเข้าห้ำหั่นใดๆนั้นย่อมไม่ส่งผลดีต่อโลกแน่นอน

เพราะที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า รัสเซียเป็นผู้ค้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซึ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

และประการสุดท้าย บรรยากาศโลกจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยที่การแบ่งขั้วทางอำนาจจะเริ่มเห็นชัดเจนมากกว่าเดิม

ประเทศเล็กประเทศน้อยอย่างเราก็คงต้องเตรียมพร้อม และรับมือกับการถ่วงดุลอำนาจกันใหม่อีกครั้งครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน