
โอท็อปใต้ทรุดหนักรอบ10ปี
ปัญหาราคายางตกต่ำกระทบกำลังซื้อพาณิชย์นำผู้ประกอบการบุกส่งออก
ปัญหาราคายางตกต่ำกระทบกำลังซื้อพาณิชย์นำผู้ประกอบการบุกส่งออก
โอท็อป 3 จังหวัดชายแดนใต้ โอดเศรษฐกิจย่ำแย่หนักรอบ10 ปี วอนรัฐช่วยเจอพิษราคายางร่วงหนัก เหลือ 50 บาท ราคาผลไม้ถูก คนชะลอใช้จ่ายสินค้า ขอภาครัฐออกนโยบายกระตุ้น หาตลาดใหม่
นางนุสรัตน์ อามะ ผู้ประกอบกิจการโอท็อป 5 ดาว แบรนด์อัลฮามีน บาติก จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในภาวะซบเซามากสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเพราะตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมายังไม่มีภาวะที่ลูกค้าในพื้นที่ชะลอใช้จ่ายสินค้าและเลือกซื้อสินค้าจำเป็นเท่านั้น เป็นผลจากราคายางเหลือเพียง 50 บาท/กิโลกรัม จากปีก่อนราคา 70-80 บาท/กิโลกรัม กระทบกำลังซื้อของประชาชน
ขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าหลักในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการก็ชะลอใช้จ่าย เพราะขาดงบประมาณมากระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อีกทั้งคู่ค้าต่างชาติก็ชะลอคำสั่งซื้อลดลง 50% และไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ทำให้อัลฮามีน บาติก ต้องประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไป โดยลดกำลังการผลิต 70%
และร่วมออกงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง “ตั้งแต่ทำธุรกิจมานานถึง 10 ปี ยังไม่เคยเจอภาวะแบบนี้มาก่อน ยอดขายไม่โต และผู้บริโภคในพื้นที่ก็ไม่ใช้จ่าย อยากให้ภาครัฐหาตลาดให้โอท็อป และกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และดูแลราคายาง” นางนุสรัตน์ กล่าว
“ตั้งแต่ทำธุรกิจมานานถึง 10 ปียังไม่เคยเจอภาวะแบบนี้มาก่อน ยอดขายไม่โต และผู้บริโภคในพื้นที่ก็ไม่ใช้จ่าย จะเน้นซื้อสินค้าจำเป็นก่อน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ราคายางลดลงเหลือ 50 บาท เดิม 70 บาท ราคาขี้ยาง ก็เหลือเพียง 20 บาท ต่อกิโลกรัม เดิมราคา 4050 บาทต่อกิโลกรัม” นางนุสรัตน์ กล่าว
นางมาปูเสาะ มามะ ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจอัลอามาลจาก จ.ปัตตานี จำหน่ายเครื่องแต่งกายมุสลิมทุกแบบ กล่าวว่า ยอดขายปรับตัวลดลง 50% ตามเศรษฐกิจในพื้นที่ชะลอตัว จากราคายางที่ลดลง ทำให้ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย กลุ่มลูกค้าราชการ และนักท่องเที่ยวก็ลดจำนวนการซื้อสินค้า รวมถึงการออกไปงานแสดงสินค้าในพื้นที่ต่างๆ ยอดขายอยู่ในระดับทรงตัว จึงต้องปรับแผนด้วยการลดราคาสินค้าลงมา 10%
และปรับลดกำไร ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐ หาตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด
นางสมหมาย พรหมมณี ผู้ประกอบการ กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร บูตง ทุเรียนกวน จาก จ.ยะลา กล่าวว่า เศรษฐกิจในพื้นที่อยู่ในเงียบเหงาอย่างมาก เนื่องจากสินค้าเกษตรมีราคาถูก ทั้งมังคุด ราคาเพียง 3 บาทต่อกิโลกรัม ทุเรียน 5 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อหดตัวลงตามไปด้วย ส่วนยอดขายของกลุ่มฯ ก็ลดลงเช่นเดียวกัน เพราะไปร่วมงานแสดงสินค้าในช่วงที่ผ่านมา มียอดขายเหลือเพียงวันละ 5,000-7,000 บาท จากที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึงวันละ 20,000 บาท
ทั้งนี้กลุ่มฯ ต้องปรับตัวด้วยการปรับลดราคาขายลงเล็กน้อย และเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น โดยอยากให้ภาครัฐมีนโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตร และหาแหล่งกระจายสินค้าเกษตร รวมถึง มีการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงมีงบประมาณ 100-150 ล้านบาท เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ออกสู่ตลาดต่างประเทศ ในโครงการโอท็อป ซีเลค โดยช่วงครึ่งปีหลังจะนำผู้ประกอบการโอท็อป ซีเลค ไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ทั้งในประเทศจีน ลาว และเวียดนาม เพราะเป็นตลาดที่กำลังเติบโต และมีความต้องการสินค้าไทยสูงมาก
ทั้งนี้มีผู้ประกอบการกลุ่ม โอท็อป ซีเลค จำนวนหลายร้อยราย โดยมีผู้ประกอบการจำนวนมากสามารถส่งออกสินค้าไปทำตลาดในต่างประเทศได้ โดยตลาดหลักที่ได้มีการส่งออกจีน และอาเซียน รวมถึงหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดส่งออกมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา จะนำผู้ประกอบการโอท็อป ซีเลค ไปร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 10 งานตลอดปี
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนคืนความสุขสู่ประชาชน” เริ่มระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-4 ส.ค. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี โดยนำผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทุกภูมิภาค และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1,000 รายการ มาจำหน่ายราคาพิเศษ มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจร่วมกับผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งยังนำคู่ซื้อจากประเทศจีนมาร่วมงาน เพื่อเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย เชื่อมั่นว่างานนี้จะสร้างยอดขายกว่า 200 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะจัดงานมหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนคืนความสุขสู่ประชาชนขึ้นอีก 2 ครั้ง ในเดือน ก.ย. และ ต.ค. ที่ จ.ชลบุรี และตรัง ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เชื่อว่าการจัดงานแต่ละครั้งจะสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทโดยงาน มหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนคืนความสุขสู่ประชาชน เป็นแผนงานที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการจัดทำ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)







