
ปั้นกทม.ฮับลงทุน
คสช.มอบสภาพัฒน์คลังวางยุทธศาสตร์ออกมาตรการจูงใจต่างชาติตั้งสำนักงาน
คสช.มอบสภาพัฒน์คลังวางยุทธศาสตร์ออกมาตรการจูงใจต่างชาติตั้งสำนักงาน
คสช.มอบดาบสภาพัฒน์คลัง ทำแผนดันกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการลงทุน ดึงบริษัทข้ามชาติตั้งสำนักงาน
นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช. ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาแผนส่งเสริมและผลักดันให้กรุงเทพฯ และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน
พล.อ.ประยุทธ์ กำชับให้ สศช.และกระทรวงการคลังไปพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสมในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนในต่างประเทศมาใช้ศักยภาพของกรุงเทพฯ ในการติดต่อธุรกิจ ดึงบริษัทชั้นนำของโลกมาตั้งสำนักงาน และให้นำเสนอมาตรการดังกล่าวต่อ คสช.ต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช.ยังเห็นชอบข้อตกลงเรื่องการยกระดับสํานักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 (AMRO) ให้เป็นองค์การการเงินระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นองค์กรที่เฝ้าระวังภัยทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคต่อไป โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือมอบอำนาจเต็มให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการลงนามในข้อตกลงดังกล่าว
นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.ยังมีมติเห็นชอบการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป โดยมอบให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้ลงนาม เพื่อพัฒนาระบบและศักยภาพบุคคลด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ในการให้ทุนฝึกอบรมผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร พัฒนาเครือข่ายข้อมูลเทคโนโลยีจัดทำระบบอัตโนมัติ การจัดประชุมร่วมระหว่างหัวหน้าสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา การให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการสืบค้นและตรวจสอบสิทธิบัตร
อย่างไรก็ตาม หัวหน้า คสช.ได้เน้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายการที่สมควรได้รับการจดสิทธิบัตรต่างๆ ให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ปราชญ์ท้องถิ่น การพัฒนาภูมิปัญญาไทย เพื่อขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรในนามประเทศไทย เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ทางความคิด
สำหรับกลุ่มที่ลอกเลียนทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายนั้น ที่ประชุม คสช.กำชับให้หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้ไปเร่งสร้างความเข้าใจ และส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นผู้ผลิตสินค้ารายใหม่ในชื่อของตัวเอง
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คสช.ได้ให้ความเห็นชอบเรื่องที่ไทยพร้อมปฏิบัติได้ทันทีตามความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้า (ทีเอฟเอ) ภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และให้แจ้งต่อดับเบิลยูทีโอให้ทราบต่อไป ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่ คสช.ได้ให้ความสำคัญในเรื่องที่ไทยมีข้อผูกพันต่อองค์การระหว่างประเทศ และสนับสนุนการค้าเสรีภายใต้ระบบพหุภาคี
“ความตกลงทีเอฟเอที่ คสช.ให้ความเห็นชอบ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการส่งเสริมจุดยืนด้านการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการค้าและการลงทุน และความพยายามเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเงิน ระยะเวลา และปัญหาความไม่แน่นอนในการค้าสินค้าระหว่างประเทศ” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
สำหรับเรื่องที่ได้รับความเห็นชอบครอบคลุมเนื้อหาเกือบทั้งหมดของความตกลงทีเอฟเอ โดยมีประเด็นสำคัญที่ไทยสามารถทำได้ทันที เช่น การเผยแพร่ข้อมูล กฎหมายระเบียบปฏิบัติ ภาษี ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการค้า ให้ออกคำวินิจฉัยล่วงหน้า ให้สิทธิในการอุทธรณ์ หรือทบทวนคำสั่งศุลกากรการดำเนินการ เพื่อลดความสูญเสียของสินค้าเน่าเสียง่าย การชำระภาษีอากร และค่าธรรมเนียมทางอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ระบบบริหารความเสี่ยง สำหรับการควบคุมทางศุลกากรนอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการใช้มาตรฐานระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องพื้นฐานของพิธีการนำเข้าส่งออก หรือผ่านแดนยอมรับให้ใช้สำเนา แทนเอกสารตัวจริงให้มีกระบวนการสำหรับการออกของอย่างเร่งด่วน ปฏิบัติต่อการผ่านแดนจากประเทศต่าง ๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติ และให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานศุลกากรที่ชายแดนร่วมมือกันปฏิบัติงาน







